
การวางแผนซื้อรถยนต์สักคันมักเริ่มต้นด้วยความกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการจัดการรายรับรายจ่ายให้ลงตัว ไม่ก่อให้เกิดหนี้สินที่ตึงมือจนเกินไป วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาอธิบายง่าย ๆ ถึงวิธีคำนวณค่างวดรถที่ถูกต้อง การประเมินตนเองจากฐานเงินเดือน พร้อมเทคนิคการวางเงินดาวน์เพื่อให้คุณสามารถเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
สิ่งแรกที่คนอยากมีรถต้องทำความเข้าใจคือโครงสร้างของการคิดค่างวดรถยนต์ ผู้ซื้อจำเป็นต้องทราบตัวแปรสำคัญต่าง ๆ ที่ไฟแนนซ์นำมาใช้ในการคำนวณ ซึ่งประกอบไปด้วย ราคารถยนต์ เงินดาวน์ ยอดจัดไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาในการผ่อนชำระ การทำความเข้าใจตัวแปรเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้แม่นยำมากขึ้น
การคำนวณค่างวดรถยนต์ในประเทศไทยมักใช้วิธีคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ หรือ Flat Rate ซึ่งหมายความว่าดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากยอดจัดไฟแนนซ์ตั้งแต่วันแรก และหารเฉลี่ยเท่า ๆ กันทุกเดือนตลอดอายุสัญญา โดยมีขั้นตอนการคำนวณดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณสมมติสำหรับการซื้อรถมือสองในราคา 400,000 บาท โดยวางเงินดาวน์ 20% และเลือกผ่อนชำระ 4 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี
ค่างวดต่อเดือน (371,200 ÷ 48 เดือน) = ประมาณ 7,733 บาท
หากต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการประเมินค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องคำนวณเอง สามารถใช้งานระบบคำนวณไฟแนนซ์เพื่อประเมินค่างวดเบื้องต้น
ข้อควรระวังในการคำนวณค่างวดรถมือสองคือเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% สำหรับรถป้ายแดง ภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกรวมอยู่ในราคารถเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับรถมือสอง ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะถูกบวกเพิ่มเข้าไปในค่างวดแต่ละเดือน ดังนั้นหลังจากที่คุณคำนวณค่างวดตามสูตรด้านบนได้แล้ว จะต้องนำค่างวดนั้นมาคูณ 7% และบวกกลับเข้าไป เพื่อให้ได้ค่างวดสุทธิที่ต้องจ่ายจริงในแต่ละเดือน
สำหรับพนักงานออฟฟิศ การมีรถยนต์ส่วนตัวช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง แต่คำถามที่ตามมาคือ เงินเดือน 30,000 ซื้อรถ ระดับไหนถึงจะเหมาะสมและไม่สร้างภาระหนักจนเกินไป หลักการประเมินความพร้อมทางการเงินที่ได้รับการยอมรับคือการดูจากสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ หรือ Debt Service Ratio
สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักมีเกณฑ์พิจารณาอนุมัติสินเชื่อโดยดูจากภาระหนี้สินรวมทั้งหมดของผู้กู้ ซึ่งไม่ควรเกิน 50% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท ภาระหนี้รวมทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 15,000 บาท หากคุณยังไม่มีภาระหนี้สินอื่น ๆ เลย การแบ่งเงินประมาณ 8,000 ถึง 10,000 บาทมาเป็นค่างวดรถถือเป็นตัวเลขที่กำลังดี เพราะจะทำให้คุณยังมีเงินเหลือเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินออม และค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับรถ
ด้วยงบประมาณผ่อนชำระเดือนละไม่เกิน 10,000 บาท การเลือกรถมือสองถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เนื่องจากคุณสามารถเลือกรถรุ่นที่สเปกสูงขึ้นในราคาที่จับต้องได้

Toyota Yaris และ Toyota Yaris Ativ รถยนต์สไตล์ Eco Car ที่โดดเด่นเรื่องการประหยัดน้ำมัน ความคล่องตัวสูง เหมาะกับการขับขี่ในเมือง ค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้คุณบริหารจัดการเงินในแต่ละเดือนได้ง่าย
Toyota Vios รถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีในทุกการขับขี่ อะไหล่หาง่ายและมีราคาถูก เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์วัยทำงานที่ต้องการรถที่พึ่งพาได้ในระยะยาว

Toyota Corolla Altis หากคุณต้องการพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น สมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน รถรุ่นนี้ในตลาดมือสองมีราคาที่ปรับลดลงมาจนอยู่ในระดับที่คนเงินเดือน 30,000 บาทสามารถเป็นเจ้าของได้สบาย ๆ
หลายคนตั้งเป้าหมายไว้ในใจว่าอยากผ่อนรถในราคาที่สบายกระเป๋าที่สุด และมักเกิดคำถามว่า ผ่อนรถเดือนละ 5,000 ต้องดาวน์เท่าไหร่ การจะทำค่างวดให้อยู่ในระดับนี้สามารถทำได้จริง แต่ต้องอาศัยการวางแผนเรื่องเงินก้อนแรกหรือเงินดาวน์ที่มากพอสมควร
การเก็บออมเงินดาวน์ให้ได้ก้อนใหญ่เป็นหัวใจสำคัญในการจำกัดค่างวดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ โดยมีหลักการและเทคนิคที่ควรทราบดังนี้
ระยะเวลาในการผ่อนชำระมีผลโดยตรงต่อค่างวด การผ่อนระยะสั้นเช่น 48 งวด หรือ 4 ปี จะทำให้คุณเสียดอกเบี้ยรวมน้อยกว่า และเป็นไทจากหนี้ได้เร็วขึ้น แต่อาจทำให้ค่างวดต่อเดือนค่อนข้างสูง ในขณะที่การผ่อนระยะยาวเช่น 72 หรือ 84 งวด จะช่วยกระจายภาระยอดหนี้ออกไป ทำให้ค่างวดต่อเดือนลดลงและอยู่ในระดับ 5,000 บาทได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับอัตราดอกเบี้ยรวมที่สูงขึ้นตลอดอายุสัญญา ผู้ซื้อจึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างสภาพคล่องรายเดือนกับดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง
การวางแผนซื้อรถไม่ได้จบแค่การเตรียมเงินดาวน์และการคำนวณค่างวดเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและใช้งานรถยนต์ที่คุณต้องนำมาคำนวณรวมในงบประมาณรายเดือนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในภายหลัง
สถาบันการเงินมักกำหนดเกณฑ์ให้ผู้กู้มีรายได้สุทธิเป็น 2 ถึง 2.5 เท่าของค่างวดรถ หากค่างวดอยู่ที่ 6,000 บาท คุณควรมีรายได้ประจำอย่างน้อย 12,000 ถึง 15,000 บาทต่อเดือน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัด
สามารถทำได้โดยการเลือกรถยนต์มือสองประเภท Eco Car หรือรถยนต์ B-Segment ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ถึง 7 ปี เนื่องจากรถกลุ่มนี้มีราคาขายต่อที่จับต้องได้ง่าย เมื่อนำมาจัดไฟแนนซ์พร้อมกับวางเงินดาวน์ในระดับหนึ่ง จะทำให้ค่างวดรายเดือนอยู่ในเกณฑ์ที่ผ่อนสบาย
แม้ปัจจุบันจะมีแคมเปญฟรีดาวน์สำหรับผู้ที่มีเครดิตการเงินดีเยี่ยม แต่โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้เตรียมเงินดาวน์ไว้ประมาณ 10% ถึง 20% ของราคารถ การวางดาวน์ไม่เพียงแต่ช่วยให้ไฟแนนซ์อนุมัติง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดยอดจัดและประหยัดดอกเบี้ยได้มาก
สำหรับผู้ที่มีรายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขค่างวดที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ หรือประมาณ 9,000 บาท เพื่อเผื่อเหลือพื้นที่ทางการเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว การออม และค่าบำรุงรักษารถยนต์ต่าง ๆ

การตัดสินใจซื้อรถสักคันควรเริ่มต้นจากการประเมินความพร้อมทางการเงินและคำนวณค่างวดอย่างรอบคอบ เพื่อให้คุณมีรถใช้งานได้อย่างสบายใจและไม่สร้างภาระหนักจนเกินไป หากคุณจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้วและกำลังมองหารถที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดีหลากหลายรุ่น Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมกว่า 80 สาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์ www.toyotasure.com ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486