Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

8 สถานที่ตั้งแคมป์ใกล้กรุงเทพฯ วิวสวย เดินทางง่าย ไม่ง้อวันลา

วันที่เผยแพร่ 04/03/2026

ยอดผู้เข้าชม


สถานที่ตั้งแคมป์ใกล้กรุงเทพฯ

การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติคือกิจกรรมยอดนิยมที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจจากความเหนื่อยล้า วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการรถมือสองชั้นนำ จะมาอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับสถานที่ตั้งแคมป์ใกล้กรุงเทพฯ ที่น่าสนใจในปี 2026 ซึ่งเหมาะสำหรับการขับรถไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาหรือริมน้ำ พร้อมแนะนำเทคนิคการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ทริปนี้เต็มไปด้วยความสุขและความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

 

ปักหมุด 8 สถานที่ตั้งแคมป์ใกล้กรุงเทพฯ ธรรมชาติบำบัด อัปเดตล่าสุด

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาพิกัดพักผ่อนหย่อนใจ เราได้ 8 สถานที่ที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติและสามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยครอบคลุมทั้งบรรยากาศภูเขา อ่างเก็บน้ำ และริมทะเล ดังนี้

 

1. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จ. สระบุรี

สถานที่ตั้งแคมป์เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า

สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่า เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักกางเต็นท์มือใหม่และมืออาชีพ พื้นที่กางเต็นท์ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ซึ่งให้บรรยากาศคล้ายกับปางอุ๋งในภาคเหนือ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่จะได้สัมผัสกับไอหมอกยามเช้าเหนือผิวน้ำที่สวยงามประทับใจ

  • จุดเด่น: วิวอ่างเก็บน้ำที่เงียบสงบและเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกเจ็ดคด
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: มีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำสะอาด และร้านสวัสดิการ (ควรเตรียมเสบียงบางส่วนไปเอง)
  • การเดินทาง: รถเก๋งทั่วไปสามารถขับเข้าไปได้สะดวก ถนนลาดยางตลอดสายจนถึงที่ทำการ

 

2. อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จ. สระบุรี

สถานที่ตั้งแคมป์ น้ำตกสามหลั่น

อีกหนึ่งพิกัดที่ใกล้กรุงเทพฯ มาก โดยใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเศษก็สามารถนำรถมาจอดและกางเต็นท์ได้ทันที อุทยานแห่งนี้มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนและน้ำตกขนาดเล็กหลายแห่ง ลานกางเต็นท์ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขารวก ซึ่งมีบรรยากาศร่มรื่นและลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเวลาจำกัดแต่อยากพาเด็ก ๆ มาสัมผัสธรรมชาติ

  • จุดเด่น: เดินทางง่ายและใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุดแห่งหนึ่ง
  • กิจกรรม: ปั่นจักรยานเสือภูเขา เดินป่าศึกษาธรรมชาติ และเล่นน้ำตก
  • ความสะดวก: มีร้านค้าสวัสดิการและจุดต่อพ่วงไฟฟ้า (ในบางจุด)

 

3. จุดกางเต็นท์ลำตะคอง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ. นครราชสีมา

 สถานที่ตั้งแคมป์ ลำตะคอง

หากพูดถึงสถานที่ตั้งแคมป์ที่เป็นตำนาน คงหนีไม่พ้นลานกางเต็นท์ลำตะคองบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่นี้เป็นลานหญ้ากว้างขวางเลียบไปกับลำธาร ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง บ่อยครั้งอาจมีโอกาสได้พบเห็นสัตว์ป่าเจ้าถิ่นอย่างกวางป่าเดินออกมาทักทาย การได้นอนฟังเสียงธรรมชาติและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่นี่ถือเป็นการชาร์จพลังชีวิตที่ดีเยี่ยม

  • จุดเด่น: โอกาสในการสัมผัสสัตว์ป่าตามธรรมชาติและบรรยากาศป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์
  • กิจกรรม: ส่องสัตว์ยามค่ำคืน เดินป่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต
  • ข้อแนะนำ: ต้องจองพื้นที่ลานกางเต็นท์ล่วงหน้าผ่านระบบของอุทยานฯ เพื่อความแน่นอน

 

4. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ. เพชรบุรี

สถานที่ตั้งแคมป์ แก่งกระจาน

อุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ มีจุดกางเต็นท์ให้เลือกหลากหลายบรรยากาศ ทั้งริมเขื่อนแก่งกระจานที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างงดงาม หรือจะขึ้นไปสัมผัสความหนาวเย็นและชมทะเลหมอกที่พะเนินทุ่ง ซึ่งต้องใช้รถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงในการเดินทางขึ้นไป แต่รับรองว่าวิวทิวทัศน์ที่ได้เห็นนั้นคุ้มค่ากับความพยายามในการเดินทางอย่างแน่นอน

  • จุดเด่น: จุดชมวิวทะเลหมอกพะเนินทุ่งที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ และสะพานแขวน
  • กิจกรรม: ล่องเรือชมเขื่อน ดูนก และชมผีเสื้อ (ในช่วงฤดูกาล)
  • การเดินทาง: โซนริมเขื่อนรถทุกชนิดเข้าถึงได้ แต่โซนพะเนินทุ่งแนะนำรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

5. อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย จ. ราชบุรี

สถานที่ตั้งแคมป์ อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย

เปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสความสโลว์ไลฟ์ที่ได้รับฉายาว่า "สวิสเซอร์แลนด์แดนราชบุรี" กันบ้าง อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านคา รายล้อมด้วยทิวเขาตะนาวศรีและทิวสนที่เรียงรายอย่างสวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ตั้งแคมป์ที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบส่วนตัว ยิ่งในช่วงเช้าและเย็นที่แสงแดดส่องกระทบผิวน้ำ จะได้ภาพที่สวยงามประทับใจจนไม่อยากกลับ

  • จุดเด่น: วิวทิวสนริมน้ำตัดกับฉากหลังภูเขา ให้บรรยากาศโรแมนติกเหมือนยุโรป
  • กิจกรรม: ถ่ายภาพมุมสวย พายเรือคายัค และแคมป์ปิ้งริมน้ำ
  • การเดินทาง: รถเก๋งหรือรถเล็กเข้าถึงได้สบาย ถนนดีตลอดเส้นทาง

 

6. เขากระโจม จ. ราชบุรี

สถานที่ตั้งแคมป์ เขากระโจม

เอาใจสายลุยที่ชื่นชอบความท้าทายและการผจญภัย เขากระโจมเป็นจุดชมทะเลหมอกสุดเขตประเทศไทยทางฝั่งตะวันตก การเดินทางขึ้นไปยังจุดกางเต็นท์ต้องผ่านเส้นทางออฟโรดที่ค่อนข้างวิบากและชัน ต้องใช้ทักษะการขับขี่และรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น แต่เมื่อถึงยอดเขาจะได้พบกับทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่มองเห็นเทือกเขาตะนาวศรีทอดยาวสุดสายตา

  • จุดเด่น: เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและมีความท้าทายในการเดินทาง
  • กิจกรรม: ขับรถออฟโรด ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก
  • ข้อควรระวัง: รถเก๋งไม่สามารถขึ้นได้ ต้องใช้รถกระบะยกสูงหรือ 4WD เท่านั้น

 

7. หาดทรายทอง เขื่อนขุนด่านปราการชล จ. นครนายก

สถานที่ตั้งแคมป์ หาดทรายทองเขื่อนขุนด่านปราการชล

เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าเขามาเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ริมน้ำกันบ้าง ที่นี่เป็นจุดกางเต็นท์ยอดฮิตในช่วงน้ำลด ซึ่งจะปรากฏหาดทรายและลำธารน้ำใสไหลผ่าน นักท่องเที่ยวสามารถนำรถลงไปจอดใกล้กับจุดกางเต็นท์และลงเล่นน้ำได้ทันที บรรยากาศคล้ายกับการไปปิกนิกริมลำธารขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฝูงในช่วงวันหยุด

  • จุดเด่น: สามารถกางเต็นท์บนพื้นทรายและเล่นน้ำได้ที่หน้าเต็นท์
  • กิจกรรม: ล่องแก่ง พายเรือ และเล่นน้ำคลายร้อน
  • ข้อแนะนำ: ควรตรวจสอบระดับน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนก่อนเดินทาง

 

8. วนอุทยานปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์

สถานที่ตั้งแคมป์ วนอุทยานปราณบุรี

หากใครอยากนอนฟังเสียงคลื่นและสัมผัสลมทะเล วนอุทยานปราณบุรีคือคำตอบ ที่นี่มีลานกางเต็นท์ใต้ทิวสนริมชายหาดที่ร่มรื่นและเงียบสงบกว่าชายหาดชื่อดังอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่สมบูรณ์และสวยงาม เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการแคมป์ปิ้งให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและปลอดภัย

  • จุดเด่น: แคมป์ปิ้งริมทะเลที่มีความเป็นส่วนตัวสูงและป่าชายเลนที่สวยงาม
  • กิจกรรม: เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ปั่นจักรยาน และพักผ่อนริมหาด
  • ความสะดวก: ห้องน้ำสะอาด แยกชาย-หญิง และมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย

 

แนะนำรถที่เหมาะกับการตั้งแคมป์

การเลือกยานพาหนะให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางและปริมาณสัมภาระเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทริปการเดินทางราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับสายแคมป์ปิ้งที่ต้องขนอุปกรณ์และอาจเจอเส้นทางที่หลากหลาย ขอแนะนำรถยนต์ 3 รุ่นยอดนิยม ดังนี้

 

Toyota Fortuner

รถเหมาะกับการตั้งแคมป์ Toyota Fortuner

Toyota Fortuner รถยนต์อเนกประสงค์ PPV ที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะสำหรับครอบครัวสายลุยที่ต้องการความสะดวกสบายควบคู่กับสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ด้วยช่วงล่างที่ยกสูงและระบบขับเคลื่อนที่พร้อมลุยทุกอุปสรรค ทำให้สามารถเข้าถึงจุดกางเต็นท์ที่รถทั่วไปเข้าถึงยากได้อย่างมั่นใจ

  • ห้องโดยสารกว้างขวาง ปรับพับเบาะได้หลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง แรงบิดสูง ไต่ทางชันได้ดีเยี่ยม
  • ระบบความปลอดภัยครบครัน มั่นใจได้ในการขับขี่ทางไกล

 

Toyota Hilux Revo Prerunner 4x4

สำหรับสายแคมป์ปิ้งที่เน้นขนอุปกรณ์หนัก หรือชอบกางเต็นท์แบบ Car Camp รถกระบะ Toyota Hilux Revo Prerunner 4x4 ตอบโจทย์สุด ด้วยกระบะท้ายขนาดใหญ่ที่บรรจุของได้จุใจ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่พร้อมพาคุณบุกตะลุยไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทางดินโคลนหรือทางหินขรุขระ

  • ช่วงล่างแข็งแกร่ง ทนทาน รองรับน้ำหนักบรรทุกได้มาก
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อม Diff-lock ช่วยให้ผ่านอุปสรรคได้ง่าย
  • ประหยัดน้ำมันและดูแลง่ายตามมาตรฐานโตโยต้า

 

Toyota Corolla Cross

รถเหมาะกับการตั้งแคมป์ Toyota Corolla Cross

Toyota Corolla Cross ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่หรือครอบครัวขนาดเล็กที่เน้นการท่องเที่ยวแบบ Lifestyle Camping ตามอุทยานที่มีถนนลาดยางเข้าถึงสะดวก ให้ความคล่องตัวสูง ขับขี่ง่ายเหมือนรถเก๋งแต่ได้ทัศนวิสัยที่ดีกว่าแบบ SUV พร้อมพื้นที่เก็บของด้านหลังที่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์แคมป์ปิ้งพื้นฐาน

  • ระบบ Hybrid ประหยัดน้ำมัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense มั่นใจทุกการขับขี่
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ Kick Activated เพิ่มความสะดวกสบาย

 

Toyota Innova Zenix

รถเหมาะกับการตั้งแคมป์ Toyota Innova Zenix

Toyota Innova Zenix รถยนต์อเนกประสงค์ MPV ที่ยกระดับการเดินทางของครอบครัวให้เหนือชั้นกว่าเดิม ด้วยโครงสร้าง TNGA ที่มอบความนุ่มนวลและเกาะถนนดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการขับขี่ไปยัง สถานที่ตั้งแคมป์ ที่ถนนลาดยางเข้าถึงสะดวก ภายในห้องโดยสารกว้างขวางโอ่อ่า รองรับสมาชิกได้ครบครันพร้อมสัมภาระจำนวนมากโดยที่ผู้โดยสารยังนั่งสบายตลอดเส้นทาง

  • ขุมพลัง Hybrid ประหยัดน้ำมันและเงียบสนิท ช่วยลดมลพิษเมื่อขับขี่ในเขตอุทยานธรรมชาติ
  • เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายโหมด (Flat Mode) เพิ่มพื้นที่วางของสำหรับอุปกรณ์แคมป์ปิ้งได้จุใจ
  • ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม Kick Sensor ช่วยให้การขนของขึ้นลงสะดวกแม้มือไม่ว่าง

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งแคมป์ใกล้กรุงเทพฯ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการไปตั้งแคมป์

ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือช่วงปลายฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว หรือประมาณเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศจะเย็นสบายและมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก อย่างไรก็ตาม การแคมป์ปิ้งริมน้ำหรือน้ำตกสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย

 

งบประมาณโดยประมาณสำหรับการเดินทาง 2 วัน 1 คืน

งบประมาณขึ้นอยู่กับรูปแบบการกินอยู่และพาหนะที่ใช้ โดยเฉลี่ยแล้วหากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและเตรียมอาหารไปเองบางส่วน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 3,000 บาทต่อทริป ซึ่งรวมค่าน้ำมัน ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน และค่าอาหารแล้ว

 

การเตรียมตัวสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีอุปกรณ์

ปัจจุบันสถานที่หลายแห่งทั้งของอุทยานแห่งชาติและเอกชน มีบริการให้เช่าเต็นท์และเครื่องนอนครบชุด ทำให้มือใหม่ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ราคาแพงในครั้งแรก เพียงแค่เตรียมของใช้ส่วนตัว ยารักษาโรค และอาหารการกินไปก็สามารถเพลิดเพลินกับการตั้งแคมป์ได้

 

สรุปบทความ

หวังว่าพิกัดสถานที่ตั้งแคมป์ใกล้กรุงฯ ทั้ง 8 แห่งจะช่วยเติมเต็มวันหยุดของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่ก่อนออกเดินทางอย่าลืมเตรียมพาหนะให้พร้อม ใครอยากออกรถคันแรก ด้วยรถมือสอง Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูม 90 สาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1486

อัพเดทล่าสุด 04/03/2026