การติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์เบอร์ 40/60/80 ถือเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย หลายคนเกิดความสงสัยว่า เลือกติดฟิล์มรถยนต์ 60/80 ดีไหม? เพราะแม้จะเป็นที่นิยมและกันความร้อนได้ดีก็จริง แต่ก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะการขับขี่ตอนกลางคืน ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา วันนี้ Toyota Sure จะพาคุณไปเจาะลึกว่าฟิล์มความเข้มยอดนิยมนี้เหมาะกับใคร และมีวิธีเลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและตอบโจทย์การใช้งานของคุณ
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ คือ แผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ที่ถูกเคลือบด้วยสารต่าง ๆ เช่น โลหะ, คาร์บอน, หรือเซรามิก เพื่อนำไปติดตั้งบนกระจกรถยนต์ หน้าที่หลักของฟิล์มคือการลดปริมาณความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่จะส่องผ่านเข้ามาในห้องโดยสาร ช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลง เพิ่มความสบายในการขับขี่ ลดแสงจ้า และยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสารภายในรถอีกด้วย
ตัวเลข 40, 60, 80 ที่เราเรียกกันติดปากในไทย จริง ๆ แล้วหมายถึง "ระดับความเข้ม" ตามความเข้าใจของผู้ใช้และร้านติดตั้ง ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์การป้องกันความร้อนหรือค่ามาตรฐานสากลแต่อย่างใด ในทางเทคนิค เราจะวัดความเข้มของฟิล์มด้วยค่า VLT (Visible Light Transmission) หรือค่าที่บ่งบอกว่าแสงสามารถส่องผ่านฟิล์มเข้ามาได้กี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่งค่า VLT ตัวเลขน้อย ฟิล์มก็จะยิ่งมืดและเข้มมาก
ฟิล์มสูตรผสมผสาน บานหน้า 60% รอบคัน 80% เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยที่ต้องการทั้งการกันความร้อนและความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็มีข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายด้าน ทำให้ฟิล์มเบอร์เข้มยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดรถคันเดิม หรือกำลังมองหารถมือสองน่าใช้สักคันมาตกแต่งเพิ่ม นี่คือข้อดีหลัก ๆ ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือก
แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ความเข้มที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ โดยเฉพาะเรื่องทัศนวิสัย ซึ่งเป็นหัวใจของความปลอดภัยในการขับขี่ ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรพิจารณาประเด็นเหล่านี้ให้ดี
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น การเปรียบเทียบกับฟิล์มสูตรยอดนิยมอื่น ๆ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าไลฟ์สไตล์ของคุณเหมาะกับความเข้มระดับไหนมากกว่ากัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือกระหว่าง "เข้มมาก" กับ "เข้มปานกลาง"
นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างฟิล์มสายดุ (60/80) กับฟิล์มสายสมดุล (40/60) ที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มรถเก๋งมือสองที่ต้องการความลงตัวระหว่างความสวยงามและการใช้งาน
การติดฟิล์มความเข้ม 60% รอบคัน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่าง 40/60 และ 60/80 โดยให้ความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ กันร้อนได้ดี และที่สำคัญคือทัศนวิสัยของกระจกบานหน้าจะดีกว่าการใช้ฟิล์ม 60% แต่กระจกข้างอาจจะยังไม่มืดเท่าที่บางคนต้องการ ถือเป็นตัวเลือกที่สมดุลและปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่

การเลือกฟิล์มที่ดีที่สุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าฟิล์มนั้นมืดที่สุดหรือแพงที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าฟิล์มนั้น "เหมาะสม" กับคุณมากที่สุดหรือไม่ การตัดสินใจจึงควรมาจากปัจจัยรอบด้าน ไม่ใช่แค่ความสวยงาม
หากคุณเป็นคนที่ขับรถช่วงกลางวันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ขับตอนกลางคืน และต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด ฟิล์ม 60/80 อาจเป็นคำตอบ แต่ถ้าคุณขับรถทั้งกลางวันและกลางคืนเท่า ๆ กัน หรือต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ ที่มีเส้นทางแสงน้อย การเลือกใช้ฟิล์มที่สว่างขึ้นอย่าง 40/60 หรือ 60 รอบคัน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่า
ความสามารถในการมองเห็นของแต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ผู้ที่มีปัญหาสายตาหรือผู้สูงอายุ ควรให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยที่ชัดเจนเป็นอันดับแรก การเลือกฟิล์มที่สว่างขึ้น แม้จะร้อนกว่าเล็กน้อย แต่ก็ปลอดภัยกว่าอย่างประเมินค่าไม่ได้ ควรทดลองมองผ่านตัวอย่างฟิล์มในที่แสงน้อยก่อนตัดสินใจจริง
ปัจจุบันเทคโนโลยีฟิล์มกรองแสงพัฒนาไปมาก ทำให้มีฟิล์มชนิดพิเศษที่กันความร้อนได้สูงโดยไม่จำเป็นต้องมีสีเข้มเสมอไป ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการทั้งทัศนวิสัยที่ดีและประสิทธิภาพการกันร้อน ตัวอย่างชนิดฟิล์ม เช่น
ไม่แนะนำโดยเฉพาะกระจกบานหน้า เพราะจะทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือขณะฝนตก การมองเห็นที่ย่ำแย่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง การเลือกติดบานหน้าให้สว่างกว่าจึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะสม
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสายตาของผู้ขับขี่ ในบางสถานการณ์ เช่น การถอยจอดในซอยมืด หรือการขับในบริเวณที่ไม่มีไฟทางเลย ผู้ขับขี่บางรายอาจรู้สึกว่าต้องเปิดกระจกข้างลงเพื่อช่วยในการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านทัศนวิสัยของฟิล์มเบอร์นี้
ฟิล์มกรองแสงในอดีตบางชนิดที่มีส่วนผสมของโลหะสูง (ฟิล์มปรอท) อาจรบกวนสัญญาณดิจิทัลได้บ้าง แต่ฟิล์มรุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะฟิล์มเซรามิกและฟิล์มคาร์บอน ถูกออกแบบมาให้ไม่มีส่วนผสมของโลหะ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของ GPS, Easy Pass หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบัน กฎหมายที่เคยระบุความเข้มของฟิล์มกรองแสงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ชัดเจนได้ถูก "ยกเลิก" ไปแล้ว เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย แต่ยังคงมีข้อกำหนดที่อ้างอิงตามหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ยึดถือกัน ดังนี้
ตามแนวทางของกรมการขนส่งทางบก แนะนำว่า กระจกบังลมหน้า ควรมีค่าแสงส่องผ่าน (VLT) ไม่น้อยกว่า 40% (เทียบเท่าฟิล์มเบอร์ 40) เพื่อให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยที่ชัดเจนและปลอดภัย ส่วนกระจกบานอื่น ๆ ไม่ได้มีข้อกำหนดตัวเลขที่ตายตัว แต่ต้องไม่มืดทึบจนเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น โดยเฉพาะการมองกระจกข้าง ทั้งนี้ การพิจารณาขั้นสุดท้ายมักขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากฟิล์มมีความเข้มมากจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ก็อาจถูกเปรียบเทียบปรับได้
สำหรับฟิล์มปรอท (Reflective Film) เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณาด้านกฎหมายอย่างละเอียด แม้จะไม่มีข้อกฎหมายระบุชื่อ "ฟิล์มปรอท" ไว้โดยตรง แต่การติดตั้งฟิล์มที่มีค่าสะท้อนแสงสูง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ว่าด้วยการติดตั้งส่วนเพิ่มเติมที่ "อาจก่อให้เกิดอันตราย" ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น
การสะท้อนแสงที่รุนแรงของฟิล์มปรอทนั้น ถูกตีความว่าสามารถรบกวนสายตาและบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่คนอื่น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ ดังนั้น การติดฟิล์มปรอทที่มีความเงาและสะท้อนแสงสูงจึงถือว่าผิดกฎหมาย และมีโทษปรับตามมาตรา 60 เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 2,000 บาท ทางที่ดีควรเลือกใช้ฟิล์มดำหรือฟิล์มใสที่เน้นกันความร้อนแทนจะปลอดภัยและสบายใจกว่า

การเลือกติดฟิล์ม 60/80 เป็นการตัดสินใจที่ให้ข้อดีเรื่องความเป็นส่วนตัวและความสวยงามดุดัน แต่ต้องแลกมากับทัศนวิสัยที่ลดลงอย่างชัดเจนในเวลากลางคืน ผู้ขับขี่จึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความชอบส่วนตัวกับความปลอดภัยเป็นหลัก หากคุณเป็นคนสายตาดี ขับรถกลางวันเป็นส่วนใหญ่ ฟิล์มสูตรนี้ก็อาจจะใช่สำหรับคุณ แต่หากคุณไม่มั่นใจ การเลือกใช้ฟิล์มที่สว่างขึ้นอย่าง 40/60 หรือ 60 รอบคัน ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเสมอ
สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองสภาพดี โตโยต้า ชัวร์ (Toyota Sure) พร้อมให้บริการด้วยรถยนต์คุณภาพดีที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด แวะมาชมคันจริงได้ที่โชว์รูมโตโยต้า ชัวร์ใกล้บ้านคุณ