
สภาพอากาศในประเทศไทยที่มีทั้งช่วงหน้าฝนยาวนาน การขับขี่ลุยน้ำท่วมขัง รวมถึงไอเค็มจากฝั่งทะเล ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนรักรถกังวลเรื่องการเกิดสนิม แม้ว่าเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์สมัยใหม่จะก้าวไกลไปมาก แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่าการพ่นกันสนิมรถยนต์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ หรือควรทำในรถประเภทใดบ้าง เพื่อคลายข้อสงสัยเหล่านี้ วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับการปกป้องช่วงล่างของรถ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
การพ่นกันสนิมรถยนต์ คือ กระบวนการปกป้องชิ้นส่วนโลหะของโครงสร้างรถยนต์จากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยช่างผู้ชำนาญจะทำการพ่นน้ำยาเคมีหรือวัสดุเคลือบเฉพาะทางลงบนบริเวณช่วงล่าง ซุ้มล้อ และชิ้นส่วนใต้ท้องรถ สิ่งนี้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างรถยนต์ให้คงทนยาวนานขึ้น ป้องกันความเสียหายจากสภาพแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
หน้าที่หลักของน้ำยากันสนิมมีดังนี้

การเกิดสนิมบนตัวถังและโครงสร้างของรถยนต์ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากปัจจัยกระตุ้นหลายประการ โดยมีสาเหตุหลักที่ผู้ใช้งานควรระวังดังต่อไปนี้
สภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น การขับรถฝ่าฝนตกชื้นเป็นประจำ การต้องขับขี่ลุยน้ำท่วมขังอยู่บ่อยครั้ง หรือการพักอาศัยอยู่ในบ้านที่อยู่ติดทะเล ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยง เพราะไอเค็มและน้ำจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับโลหะโดยตรงทำให้เกิดสนิมได้ง่ายขึ้น
พฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องเจอกับเศษหินกรวดดีดใส่สีรถจนลึกถึงชั้นเนื้อเหล็กด้านใน รวมถึงกรณีที่รถเคยประสบอุบัติเหตุชนหนักจนเสียรูปทรง จะส่งผลให้สารเคลือบกันสนิมเดิมจากโรงงานหลุดร่อนออกไป เปิดโอกาสให้ความชื้นเข้าไปทำลายเนื้อเหล็ก
การปล่อยให้คราบโคลนและเศษดินแดงสะสมอยู่บริเวณใต้ท้องรถหรือซุ้มล้อเป็นเวลานาน สิ่งสกปรกเหล่านี้จะทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำที่คอยดูดซับความชื้นเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างรถในบริเวณนั้นเกิดการผุกร่อนและเป็นสนิมได้ในที่สุด

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการนำรถไปเคลือบกันสนิมเพิ่มนั้นยังสำคัญอยู่หรือไม่ ซึ่งความจำเป็นจะแตกต่างกันไปตามอายุการใช้งานดังนี้
โรงงานผลิตรถยนต์ในปัจจุบันรวมถึงแบรนด์ Toyota มีกระบวนการชุบสีกันสนิมด้วยระบบไฟฟ้า หรือ EDP ที่ได้มาตรฐานสูงมากอยู่แล้ว ทำให้โครงสร้างได้รับการปกป้องมาอย่างดีตั้งแต่กระบวนการประกอบ หากเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไปอาจไม่มีความจำเป็นต้องนำไปพ่นกันสนิมรถยนต์เพิ่มแต่อย่างใด
สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ถึง 7 ปีขึ้นไป สารเคลือบกันสนิมที่ทำมาจากโรงงานอาจเริ่มเสื่อมสภาพหลุดร่อนตามกาลเวลาและการใช้งาน การนำรถไปพ่นกันสนิมรถยนต์เพิ่มเติมจึงอาจมีความจำเป็น เพื่อเป็นการซ่อมบำรุงและเสริมเกราะป้องกันใหม่ให้กับช่วงล่าง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสนิมลุกลาม
แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำ แต่การพิจารณาว่าใครควรทำนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานเป็นหลัก โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรนำรถไปทำระบบป้องกันสนิมเพิ่มเติมมีดังนี้
การตัดสินใจทำระบบป้องกันสนิมมีทั้งมุมที่เป็นประโยชน์และสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างรอบด้าน ลองพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการตัดสินใจดังนี้
โดยทั่วไปการพ่นน้ำยากันสนิมใต้ท้องรถจะไม่ทำให้รถหมดประกัน หากการพ่นนั้นไม่ได้ไปดัดแปลง เจาะรูตัวถัง หรือทำความเสียหายให้กับชิ้นส่วนเดิมของรถ อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจและป้องกันปัญหาในอนาคต แนะนำให้สอบถามเงื่อนไขการรับประกันกับศูนย์บริการรถยนต์แบรนด์ที่คุณใช้งานอยู่ก่อนตัดสินใจทำเสมอ
ไม่แนะนำให้พ่นเพิ่มเติมหากไม่จำเป็น เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีแพ็กแบตเตอรี่ขนาดใหญ่อยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งได้รับการซีลป้องกันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 หรือ IP68 รวมถึงมีการเคลือบกันสนิมมาตรฐานสูงจากโรงงานมาแล้ว การพ่นน้ำยากันสนิมจากร้านภายนอกที่ไม่มีความชำนาญ อาจทำให้น้ำยาไปอุดตันระบบระบายความร้อน หรือเคลือบโดนสายไฟและเซนเซอร์ของแบตเตอรี่จนเกิดความเสียหายได้
การใช้สเปรย์กระป๋องกันสนิมด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับการซ่อมแซมสีที่หลุดร่อน หรือพ่นป้องกันสนิมเฉพาะจุดเล็ก ๆ เท่านั้น แต่หากต้องการปกป้องใต้ท้องรถทั้งคัน การนำรถไปเข้าศูนย์หรือคาร์แคร์ที่มีแท่นยกรถหรือฮอยส์จะได้ผลดีกว่ามาก เพราะช่างจะสามารถฉีดล้างคราบสกปรกออกได้หมดจด และพ่นน้ำยาได้ครอบคลุมทุกซอกทุกมุม รวมถึงหลีกเลี่ยงจุดที่ห้ามพ่นอย่างท่อไอเสียได้ดีกว่า
ในช่วง 1 ถึง 3 วันแรกอาจมีกลิ่นเคมีของน้ำยาหลงเหลืออยู่บ้าง ความแรงของกลิ่นจะขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำยา เช่น น้ำยาแบบยางมะตอย หรือกลุ่ม Solvent-based จะมีกลิ่นฉุนกว่าน้ำยาแบบแว็กซ์สูตรน้ำ แต่กลิ่นเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายและจะค่อย ๆ จางหายไปเอง แนะนำให้จอดรถในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อช่วยระบายกลิ่นในช่วงแรก

การปกป้องดูแลช่วงล่างให้ปลอดภัยจากความชื้น ถือเป็นเกราะสำคัญที่ช่วยคงสภาพรถให้ดูดี ยืดอายุการใช้งานยาวนาน และทำให้ทุกการเดินทางดำเนินไปอย่างราบรื่น ใครที่กำลังสนใจอยากออกรถ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดีใช้งานได้ทันที การันตีด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486