
อุบัติเหตุรถชนท้ายเป็นเรื่องใกล้ตัวบนท้องถนนที่มักสร้างความตกใจและกังวลใจให้กับผู้ขับขี่เสมอ หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าใครเป็นฝ่ายผิด ต้องจัดการเรื่องการเคลมประกันอย่างไร และมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้างที่สามารถเรียกร้องได้ วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อไขข้อข้องใจให้ทุกคนเข้าใจสิทธิของตนเองและสามารถรับมือกับสถานการณ์รถชนท้ายได้อย่างมีสติและถูกวิธีตามหลักกฎหมาย
ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการชน แต่การเกิดเหตุรถชนท้ายไม่ได้หมายความว่ารถคันหลังจะต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอไป โดยต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อมอื่น ๆ ประกอบด้วย ดังนี้
หากผู้ขับขี่รถคันหลังมีพฤติกรรมขับจี้ท้าย ไม่เว้นระยะห่างตามสมควร ขับรถด้วยความประมาท เหม่อลอย เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือเบรกไม่ทันจนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนท้าย ในลักษณะนี้กฎหมายมักจะพิจารณาให้รถคันหลังเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรเรื่องการเว้นระยะปลอดภัยที่เพียงพอต่อการหยุดรถอย่างทันท่วงที
แม้จะโดนรถชนท้าย แต่หากรถคันหน้าเบรกกะทันหันโดยไม่มีเหตุอันควร เปลี่ยนเลนกะทันหันแล้วเบรกทันที หรือสภาพรถไม่พร้อมใช้งานเช่นไฟท้ายเสียจนทำให้คันหลังมองไม่เห็น หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าการกระทำเหล่านี้เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ รถคันหน้าก็อาจถูกตัดสินให้เป็นฝ่ายผิดและต้องรับผิดชอบความเสียหายได้เช่นกัน
ในเหตุการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น มีการขับรถปาดหน้ากันไปมาก่อนเกิดเหตุ หรือต่างฝ่ายต่างขับรถประมาทจนนำไปสู่การที่รถชนท้าย กรณีนี้จะถือว่าเป็นการประมาทร่วม ซึ่งผู้ขับขี่ทั้งสองฝ่ายจะต้องรับผิดชอบความเสียหายในส่วนของตนเองตามที่กฎหมายและบริษัทประกันภัยได้กำหนดไว้

เมื่อเกิดเหตุรถชนท้ายและเราเป็นฝ่ายถูก ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยตามกฎหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยสามารถเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากคู่กรณีหรือบริษัทประกันภัยได้ดังนี้
การนำรถเข้าซ่อมเพื่อให้อยู่ในสภาพเดิมถือเป็นสิ่งแรกที่สามารถเรียกร้องได้ ครอบคลุมทั้งการนำรถเข้าซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ นอกจากนี้หากมีทรัพย์สินภายในรถที่ได้รับความเสียหายจากการที่รถชนท้าย เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา หรือสิ่งของมีค่าอื่น ๆ ก็สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้จากคู่กรณีได้เช่นเดียวกัน
หากอุบัติเหตุรถชนท้ายทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ได้ทันที และหากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินก็สามารถเบิกเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคสมัครใจของฝ่ายที่กระทำผิด ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุมและทำให้ผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
สิทธิประโยชน์นี้ช่วยชดเชยค่าเดินทางระหว่างที่รถจอดซ่อม โดยสำนักงาน คปภ. กำหนดอัตราขั้นต่ำสำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน ผู้เสียหายสามารถนำเอกสารใบเสนอรายการซ่อมและหลักฐานการใช้รถมายื่นเรื่องเรียกร้องจากประกันของคู่กรณีเมื่อซ่อมรถเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นสิทธิที่ผู้ประสบเหตุรถชนท้ายไม่ควรละทิ้ง
ในกรณีที่อุบัติเหตุรถชนท้ายมีความรุนแรงจนส่งผลให้บาดเจ็บสาหัส หรือต้องสูญเสียรายได้จากการหยุดงาน ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าขาดรายได้หรือค่าทำขวัญเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยต้องเตรียมหลักฐานที่ชัดเจนเช่น ใบรับรองแพทย์และเอกสารรับรองเงินเดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัย

ขั้นตอนการเคลมประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายจะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของกรมธรรม์ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อไว้ ซึ่งมีรายละเอียดความคุ้มครองที่ต้องทำความเข้าใจดังนี้
ผู้ที่มีประกันภัยชั้น 1 จะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมการเกิดเหตุอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด เมื่อเกิดเหตุรถชนท้ายสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันเพื่อจัดซ่อมรถของตนเองและรถคู่กรณีได้ทันที โดยครอบคลุมทั้งกรณีที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
ประกันภัยประเภท 2+ และ 3+ จะให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุรถชนท้ายเฉพาะกรณีที่เป็นการชนกับยานพาหนะทางบกและสามารถระบุตัวคู่กรณีได้เท่านั้น หากเราเป็นฝ่ายผิด ประกันจะซ่อมให้ทั้งรถเราและคู่กรณี แต่หากไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ผู้ทำประกันจะต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถของตนเอง
ประกันภัยชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของรถคู่กรณีเท่านั้น หากเราเป็นคนขับไปชนท้ายคันอื่น ประกันจะซ่อมรถให้คู่กรณีแต่เราต้องจ่ายค่าซ่อมรถตนเอง ส่วนกรณีที่มีเพียง พ.ร.บ. จะคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุรถชนท้าย โดยไม่ครอบคลุมค่าซ่อมรถแต่อย่างใด
การรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างมีสติเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนท้าย ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและรักษาสิทธิของตนเองดังนี้
การตัดสินจะพิจารณาจากหลักฐาน หากคันหน้าจงใจเบรกโดยไม่มีเหตุอันควร คันหน้าอาจเป็นฝ่ายผิด แต่คันหลังต้องมีภาพจากกล้องหน้ารถมายืนยันความบริสุทธิ์ หากไม่มีหลักฐานมักจะถือว่าคันหลังไม่เว้นระยะปลอดภัย
ตามข้อกำหนดของสำนักงาน คปภ. รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่งสามารถเรียกเก็บค่าชดเชยจากฝ่ายผิดได้ขั้นต่ำ 500 บาทต่อวัน รถรับจ้างสาธารณะขั้นต่ำ 700 บาทต่อวัน และรถยนต์เกิน 7 ที่นั่งขั้นต่ำ 1,000 บาทต่อวัน
ให้รีบถ่ายภาพสภาพความเสียหาย ตำแหน่งของรถ ทะเบียนรถคู่กรณี และขอข้อมูลจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์ หรือประสานงานขอดูกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีและเคลมประกัน

อุบัติเหตุรถชนท้ายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้หากขับขี่ด้วยความระมัดระวัง การรู้กฎหมายและสิทธิประโยชน์จะช่วยลดข้อพิพาทลงได้มาก ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ขับรถมากแค่ไหน หรือใช้รถยนต์ที่มีระบบความปลอดภัยรอบคัน แต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องมีสติอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุ สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากออกรถ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดี การันตีด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486