Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

จุดบอดของรถมีตรงไหนบ้าง แนะนำวิธีเอาตัวรอดให้ขับง่ายขึ้น

วันที่เผยแพร่ 10/07/2026

ยอดผู้เข้าชม


จุดบอดของรถมีตรงไหนบ้าง

ปัญหาเรื่องจุดบอดของรถเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องระมัดระวัง เพราะพื้นที่อับสายตาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้หากละเลยหรือขาดความรอบคอบในการมองเห็น วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง ได้รวบรวมรายละเอียดของตำแหน่งจุดบอดที่ต้องระวัง พร้อมแนะนำเทคนิคการเอาตัวรอดและการปรับตัวเพื่อให้ทุกการเดินทางบนท้องถนนมีความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการขับขี่ให้มีมากยิ่งขึ้น

 

จุดบอดของรถคืออะไร ทำไมผู้ขับขี่ถึงต้องให้ความสำคัญ

จุดบอดของรถ คือ พื้นที่หรือมุมอับรอบตัวรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากตำแหน่งเบาะคนขับ ไม่ว่าจะมองด้วยตาเปล่า มองผ่านกระจกมองข้าง หรือกระจกมองหลังก็ตาม พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถ สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนหนึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากมุมอับสายตาที่ถูกบดบัง การทำความเข้าใจและรู้ตำแหน่งของจุดบอดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

 

สำรวจ 5 จุดบอดของรถที่อันตราย มีตรงไหนบ้าง

พื้นที่รอบตัวรถที่เรามองไม่เห็นนั้นซ่อนอยู่หลายจุด ซึ่งการรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดจะช่วยให้เราระมัดระวังตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยจุดที่อันตรายมีดังนี้

จุดบอดของรถที่อันตราย

 

1. จุดบอดด้านหน้ารถ เสา A-Pillar

เสาด้านหน้ารถหรือเสา A เป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยรับน้ำหนักหลังคา แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจุดที่มักบดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถเข้าโค้ง เลี้ยวตามทางแยก หรือกลับรถ นอกจากนี้สำหรับรถยนต์ทรงสูงหรือรถอเนกประสงค์ที่มีฝากระโปรงหน้ายาวและสูง อาจทำให้เกิดมุมอับบริเวณหน้ารถที่มองไม่เห็นวัตถุหรือเด็กเล็กที่อยู่ในระยะประชิดได้

 

2. จุดบอดด้านข้างรถ กระจกมองข้าง และเสา B-Pillar

บริเวณด้านข้างรถถือเป็นจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนเลนกะทันหัน เนื่องจากรถคู่กรณีอาจขับมาอยู่ในมุมทแยงด้านหลัง ซึ่งเป็นองศาที่กระจกมองข้างไม่สามารถเก็บภาพได้หมด ประกอบกับเสากลางรถหรือเสา B ที่กั้นระหว่างประตูหน้าและหลังก็มีส่วนทำให้มุมมองด้านข้างแคบลง การเปลี่ยนเลนโดยอาศัยแค่กระจกมองข้างเพียงอย่างเดียวจึงมีความเสี่ยงสูงมาก

จุดบอดด้านหลังรถ

 

3. จุดบอดด้านหลังรถ เสา C-Pillar และกระจกมองหลัง

การถอยรถเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเสาหลังรถหรือเสา C รวมไปถึงสิ่งของสัมภาระหรือผู้โดยสารตอนหลัง อาจบดบังทัศนวิสัยของกระจกมองหลังได้ นอกจากนี้ระดับความสูงของท้ายรถยังทำให้มองไม่เห็นวัตถุขนาดเล็ก สัตว์เลี้ยง หรือเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ด้านหลังรถ การพึ่งพากระจกมองหลังเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสังเกตการณ์

 

4. จุดบอดจากรถขนาดใหญ่ รถบรรทุก รถพ่วง

การขับขี่ร่วมกับรถขนาดใหญ่บนท้องถนนต้องอาศัยหลักการและตรรกะที่สำคัญ คือหากเรามองไปที่กระจกมองข้างของรถบรรทุกแล้วไม่เห็นหน้าคนขับ แปลว่าคนขับรถคันนั้นก็ไม่สามารถมองเห็นรถของเราได้เช่นกัน รถบรรทุกมีมุมอับสายตารอบคันที่กว้างมาก การเข้าไปอยู่ใกล้พื้นที่เหล่านั้นจึงเสี่ยงต่อการถูกเบียดหรือชนได้อย่างง่ายดาย

จุดบอดจากสภาพแวดล้อมและถนนv

 

5. จุดบอดจากสภาพแวดล้อมและถนน

นอกจากโครงสร้างของตัวรถแล้ว สภาพแวดล้อมและเส้นทางก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดมุมอับสายตา เช่น โค้งหักศอก เนินชันที่มองไม่เห็นทางข้างหน้า หรือแม้แต่พุ่มไม้ ป้ายโฆษณา และกำแพงที่บังบริเวณทางร่วมทางแยก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดบอดที่บังคับให้ผู้ขับขี่ต้องชะลอความเร็วและเพิ่มความสังเกตให้มากขึ้น

 

การกำจัดจุดบอดด้านข้างรถในขณะขับได้ด้วยวิธีใดบ้าง

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการกำจัดจุดบอดด้านข้างรถในขณะขับได้ด้วยวิธีใดเพื่อให้การขับขี่บนท้องถนนมีความปลอดภัยและไร้กังวล เรามีวิธีง่าย ๆ มาแนะนำดังนี้

 

การปรับกระจกมองข้างและกระจกมองหลังให้ถูกองศา

การตั้งค่ากระจกให้เหมาะสมเป็นด่านแรกของการลดมุมอับ กระจกมองข้างควรปรับให้กางออกจนเห็นตัวรถของเราเพียงแค่ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเปิดมุมมองด้านข้างให้กว้างและครอบคลุมเลนถัดไปให้ได้มาก ส่วนกระจกมองหลังควรปรับให้เห็นทัศนวิสัยผ่านบานกระจกหลังแบบเต็มบานโดยไม่ต้องขยับศีรษะ

 

ใช้เทคนิคหันมองข้ามไหล่ (Shoulder Check)

เทคนิคหันมองข้ามไหล่ หรือ Shoulder Check เป็นวิธีที่ผู้ขับขี่ทั่วโลกนิยมใช้ โดยมักจะทำในจังหวะก่อนตบไฟเลี้ยวเปลี่ยนเลน เพียงแค่ใช้เวลาเหลียวมองข้ามไหล่ตัวเองไปทางซ้ายหรือขวาเพียงเสี้ยววินาที เพื่อเช็กว่ามีรถวิ่งตีคู่มาในมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างส่องไม่ถึงหรือไม่

 

ปรับท่านั่งและเบาะคนขับให้ได้สัดส่วน

สรีระและท่านั่งมีผลต่อมุมมองหน้ารถและกระจกอย่างมาก ควรปรับเบาะนั่งให้มีความสูงและระยะห่างจากพวงมาลัยที่พอดี ไม่เอนพนักพิงไปด้านหลังจนเหมือนนอนขับ เพราะจะทำให้ระดับสายตาต่ำลงและมุมมองผิดเพี้ยนไป การนั่งหลังตรงในระยะที่เหมาะสมจะช่วยให้สังเกตเห็นสภาพแวดล้อมได้ดี

 

ใช้เทคโนโลยีช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor - BSM)

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างระบบ BSM ซึ่งทำงานด้วยเซนเซอร์ที่ติดอยู่บริเวณกันชนหลัง หากมีรถขับเข้ามาในบริเวณที่เป็นมุมอับสายตา ระบบจะส่งสัญญาณไฟกะพริบเตือนที่กระจกมองข้าง ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้ตัวและชะลอการเปลี่ยนเลนได้อย่างทันท่วงที

 

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเอาตัวรอดจากจุดบอดให้ขับง่ายและปลอดภัยขึ้น

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเอาตัวรอดจากจุดบอด

นอกจากการปรับตัวและพึ่งพาเทคโนโลยีแล้ว ยังมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากมุมอับสายตาได้อีกด้วย

 

ให้สัญญาณไฟล่วงหน้าเสมอ

การเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าอย่างน้อย 30 ถึง 50 เมตรก่อนเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถ จะเป็นการสื่อสารให้รถคันอื่นที่อาจขับอยู่ในมุมอับสายตาของเรามีเวลาเตรียมตัว ชะลอความเร็ว หรือให้สัญญาณเตือนกลับมา ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุจากการตัดหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่าพาตัวเองไปอยู่ในจุดบอดของรถคันอื่น

มารยาทและความปลอดภัยบนท้องถนนคือการไม่ขับขี่ตีคู่ไปในมุมทแยงของรถคันอื่นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่ใกล้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ หากจำเป็นต้องแซงควรเร่งเครื่องยนต์แซงให้ขาดอย่างรวดเร็วและปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้รถของเราตกไปอยู่ในพื้นที่ที่เขามองไม่เห็น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดบอดของรถ

กระจกนูนขนาดเล็ก (Blind Spot Mirror) ที่ติดเสริมบนกระจกมองข้าง ช่วยลดจุดบอดได้จริงหรือไม่

กระจกเสริมชนิดนี้ช่วยได้จริงเพราะเลนส์นูนจะเข้าไปเพิ่มองศาการมองเห็นให้กว้างขึ้นกว่าเดิม แต่มีข้อควรระวังคือภาพที่สะท้อนออกมามักจะหลอกตา ทำให้การกะระยะความเร็วและระยะห่างของรถคันหลังทำได้ยากขึ้น ผู้ใช้งานจึงต้องอาศัยความคุ้นเคยและระมัดระวังในการกะระยะ

 

รถยนต์ประเภทไหนที่มีจุดบอดมาก

รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถตู้ทึบ และรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีช่วงล่างสูงรวมถึงกระโปรงหน้ายาว ถือเป็นกลุ่มที่มีมุมอับค่อนข้างมาก เนื่องจากความสูงและขนาดของตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นวัตถุหรือเด็กเล็กที่อยู่ในระยะประชิดตัวรถเลย

 

หากขับรถตอนกลางคืน จะมีวิธีสังเกตรถที่อยู่ในมุมอับสายตาได้อย่างไร

ในเวลากลางคืนเราสามารถใช้แสงไฟหน้าของรถคู่กรณีเป็นตัวช่วยสังเกต หากเห็นแสงไฟสะท้อนบนพื้นถนนหรือกำแพงด้านข้างแปลว่าอาจมีรถวิ่งตีคู่มา นอกจากนี้การใช้รถที่มีระบบ BSM จะช่วยเตือนด้วยไฟ LED ที่กระจกมองข้าง ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนมากในที่มืด

 

การติดฟิล์มกรองแสงที่เข้มเกินไป ส่งผลต่อการมองเห็นจุดบอดของรถหรือไม่

ส่งผลอย่างมาก โดยเฉพาะการมองผ่านกระจกมองข้างและกระจกบานหลังในเวลากลางคืนหรือตอนที่ฝนตกหนัก ฟิล์มที่ทึบเกินไปจะลดทัศนวิสัยลงอย่างสิ้นเชิง จึงแนะนำให้เลือกฟิล์มที่มีความสว่างเหมาะสมกับสายตาบริเวณบานหน้าและคู่หน้าเพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน

สรุปจุดบอดของรถมีตรงไหนบ้าง

 

สรุปบทความ

แม้จุดบอดของรถจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เราสามารถรับมือได้ด้วยความไม่ประมาท การมีสติและปรับมุมมองให้ถูกต้อง จะช่วยพาคุณถึงที่หมายอย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากออกรถ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดี การันตีด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย คุณภาพมาตรฐานพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย แวะมาชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสามารถเช็กราคาเบื้องต้นได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486

อัพเดทล่าสุด 10/07/2026