
การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนในปัจจุบัน สิ่งที่ผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญนอกเหนือจากสภาพรถที่พร้อมใช้งาน คือการเคารพกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง เนื่องจากมีการปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มอัตราโทษปรับในหลายข้อหาให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างระเบียบวินัยและลดอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดค่าปรับจราจรของข้อหาที่พบบ่อย พร้อมแนวทางการตรวจสอบและการชำระเงินที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกวิธีและรักษาสิทธิของตนเองในการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป
กฎหมายจราจรที่มีการปรับปรุงใหม่ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) มีการเพิ่มอัตราโทษในหลายกรณี โดยเน้นไปที่ความผิดที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียบนท้องถนน ซึ่งผู้ขับขี่ควรตรวจสอบอัตราค่าปรับจราจรเพื่อที่จะได้ระมัดระวังไม่กระทำผิดกฎหมาย โดยมีข้อหาสำคัญดังนี้

ข้อหานี้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยมีการปรับเพิ่มโทษค่าปรับจราจรสูงสุดเป็นไม่เกิน 4,000 บาท จากเดิมที่มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท การควบคุมความเร็วให้เหมาะสมกับพื้นที่จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
การขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจรเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการชนปะทะรุนแรง กฎหมายใหม่จึงกำหนดโทษค่าปรับจราจรสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มักง่ายและชอบเสี่ยงในเขตทางแยกต่าง ๆ
ความปลอดภัยของคนเดินเท้าเป็นเรื่องที่ถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก หากผู้ขับขี่ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย จะมีโทษค่าปรับจราจรสูงสุดถึง 4,000 บาท ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย
การขับรถย้อนศรนอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังสร้างความตระหนกให้กับเพื่อนร่วมทางรายอื่น โดยมีโทษค่าปรับจราจรสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการบังคับใช้เพื่อลดความสับสนในการจราจร
อุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานมีความสำคัญต่อการรักษาสิ่งมีชีวิต หากฝ่าฝืนไม่สวมหมวกนิรภัยหรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ จะมีโทษค่าปรับจราจรสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท โดยครอบคลุมถึงผู้โดยสารในรถด้วย

การใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถโดยไม่มีอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดหูฟังหรือลำโพง จะถูกปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท เนื่องจากเป็นการดึงสมาธิออกจากการควบคุมรถและเพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ในกรณีที่มีการขับรถในลักษณะหวาดเสียวหรือซิ่งรถบนท้องถนนโดยไม่สนความปลอดภัย กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือค่าปรับจราจรตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรการจัดการกับผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยโทษปรับเบื้องต้นจะอยู่ที่ 5,000 ถึง 20,000 บาท และหากทำความผิดซ้ำภายใน 2 ปี จะมีการเพิ่มโทษจำคุกและปรับที่หนักกว่าเดิม
การขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตหรือใบอนุญาตหมดอายุ มีโทษค่าปรับจราจรสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท นอกจากนี้หากมีการปล่อยให้ผู้ที่ไม่มีใบขับขี่นำรถไปใช้งาน เจ้าของรถอาจมีความผิดร่วมด้วย
การจอดรถขวางทางจราจรหรือจอดในที่ห้ามจอดตามเครื่องหมายจราจรต่างๆ มีโทษค่าปรับจราจรสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลลื่นของรถในเส้นทางหลัก

|
ข้อหาความผิด |
อัตราค่าปรับเดิม |
อัตราค่าปรับใหม่ |
|
ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท |
|
ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท |
|
ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท |
|
ขับรถย้อนศร |
ปรับไม่เกิน 500 บาท |
ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
|
ไม่สวมหมวกนิรภัยหรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย |
ปรับไม่เกิน 500 บาท |
ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
|
ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ |
ปรับ 400 - 1,000 บาท |
ปรับไม่เกิน 4,000 บาท |
|
ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น |
ปรับ 2,000 - 10,000 บาท |
ปรับ 5,000 - 20,000 บาท |
|
เมาแล้วขับ |
ปรับ 10,000 - 20,000 บาท |
ปรับ 5,000 - 20,000 บาท (ทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี ปรับ 50,000 - 100,000 บาท) |
|
ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
ปรับไม่เกิน 1,000 บาท |
|
จอดรถในที่ห้ามจอด |
ปรับไม่เกิน 500 บาท |
ปรับไม่เกิน 2,000 บาท |
ปัจจุบันผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบใบสั่งได้ง่ายและรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องรอรับจดหมายทางไปรษณีย์เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีช่องทางหลักในการเช็กค่าปรับจราจร ดังนี้
เมื่อทราบยอดค่าปรับจราจรแล้ว ควรดำเนินการชำระเงินตามกำหนดทันทีเพื่อลดปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต โดยมีช่องทางรับชำระเงินที่สะดวกและเข้าถึงง่ายดังนี้
การเพิกเฉยต่อการชำระค่าปรับจราจรอาจนำมาซึ่งความยุ่งยากในการใช้ชีวิต เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐได้เชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลกระทบดังนี้
โดยปกติหลังจากที่กล้องบันทึกภาพการกระทำผิดแล้ว ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและจัดพิมพ์ใบสั่งเพื่อส่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้ครอบครองรถ โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7 ถึง 15 วันทำการ ทั้งนี้ความเร็วในการได้รับจดหมายอาจขึ้นอยู่กับระบบงานของไปรษณีย์ในแต่ละพื้นที่ด้วย
ปัจจุบันการค้างชำระค่าปรับจราจร ยังไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นรายวันเพิ่มขึ้นจากยอดเดิมที่ระบุไว้ในใบสั่ง แต่จะมีค่าปรับเพิ่มเติมในส่วนของการต่อภาษีรถยนต์ล่าช้าหากเกินกำหนดเวลาเสียภาษีประจำปี รวมถึงเสียสิทธิในการได้รับป้ายวงกลมฉบับจริงจนกว่าจะชำระค่าปรับที่ค้างไว้ทั้งหมด
ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ครอบครองรถไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในขณะกระทำความผิด สามารถดำเนินการแย้งใบสั่งได้โดยการนำหลักฐานใบสั่งและข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้ขับขี่จริงไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจท้องที่ที่ออกใบสั่งภายใน 15 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการโอนย้ายความรับผิดชอบไปยังบุคคลดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
ตามกฎหมายใบสั่งจราจรมีอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด อย่างไรก็ตามการรอให้หมดอายุความอาจไม่ใช่แนวทางที่คุ้มค่า เนื่องจากคุณจะติดปัญหาในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีตลอดระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งการขับรถที่ไม่ได้เสียภาษีก็จะมีโทษค่าปรับจราจร เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งข้อหาเมื่อถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ

การปฏิบัติตามกฎหมายและหมั่นตรวจสอบค่าปรับจราจร เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รักษาวินัยและหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมาในภายหลังเพื่อความราบรื่นในการใช้รถใช้ถนนของทุกคน นอกจากกฎจราจรที่ต้องปฏิบัติตามแล้ว การมีรถยนต์สภาพที่พร้อมใช้งานก็สำคัญไม่แพ้กัน ที่ Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดีหลากหลายรุ่น การันตีด้วย Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจในคุณภาพการใช้งานได้ยาวนาน แวะมาชมรถที่มีวางขายหลายยี่ห้อได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ หรือเช็กราคาที่เหมาะสมได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486 เพื่อรับคำแนะนำดีจากทีมงานมืออาชีพของเรา