ปัญหาเครื่องยนต์สั่นสะท้านหรือมีเสียงดังผิดปกติขณะขับขี่บนท้องถนนมักเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้รถ ซึ่งสาเหตุหลักอาจเกิดจากชิ้นส่วนสำคัญที่หลายคนมองข้าม วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับหน้าที่และอาการเสื่อมสภาพของยางรองแท่นเครื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตความผิดปกติเบื้องต้นและรับมือได้อย่างถูกต้อง พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้รถยนต์ของคุณทำงานได้ดีและขับขี่ได้อย่างราบรื่นในทุกเส้นทาง
ยางรองแท่นเครื่อง คือ ชิ้นส่วนยานยนต์ชิ้นสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการยึดเหนี่ยวและเชื่อมต่อระหว่างตัวเครื่องยนต์เข้ากับแชสซีหรือโครงสร้างตัวถังของรถยนต์ โดยโครงสร้างหลักมักผลิตจากโลหะหรือเหล็กกล้าที่แข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักของเครื่องยนต์ทั้งบล็อก ผสานเข้ากับวัสดุยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติหรือระบบไฮดรอลิกที่มีความยืดหยุ่นสูงอยู่บริเวณแกนกลาง ซึ่งการออกแบบทางวิศวกรรมในลักษณะนี้จะช่วยกั้นกลางไม่ให้โลหะของเครื่องยนต์และตัวถังรถยนต์สัมผัสหรือเสียดสีกันโดยตรง ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างรถ
สำหรับหน้าที่หลักของยางรองแท่นเครื่องสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
ผู้ผลิตรถยนต์ได้ออกแบบยางรองแท่นเครื่องมาหลายรูปแบบเพื่อรองรับลักษณะการใช้งานและขนาดของเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยในรถยนต์ทั่วไป โครงสร้างหลักประกอบด้วยโครงเหล็กที่แข็งแรงและมีเนื้อยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติหล่อติดอยู่ตรงกลาง เนื้อยางนี้มีความยืดหยุ่นสูง ช่วยในการดูดซับแรงคลื่นความถี่จากการทำงานของเครื่องยนต์ ข้อดีของยางรองแท่นเครื่องประเภทนี้คือมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาง่าย และมีราคาอะไหล่ที่คุ้มค่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปเนื้อยางอาจมีการแข็งตัวและแตกลายงาตามอายุการใช้งาน
เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซับแรงสั่นสะเทือน ภายในตัวยางรองแท่นเครื่องจะมีช่องว่างที่บรรจุของเหลวหรือน้ำมันไฮดรอลิกเอาไว้ เมื่อเครื่องยนต์เกิดการสั่นสะเทือน ของเหลวภายในจะไหลผ่านวาล์วขนาดเล็กเพื่อสร้างแรงต้านและดูดซับพลังงานเอาไว้ ทำให้สามารถลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักนิยมใช้ในรถยนต์ขนาดใหญ่ รถยุโรป หรือรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องการความนุ่มนวลขณะขับขี่สูง อย่างไรก็ตามยางรองแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิกจะมีราคาสูงกว่าและหากเกิดการรั่วซึมของน้ำมันก็จะสูญเสียประสิทธิภาพทันที
การสังเกตความผิดปกติของรถยนต์ด้วยตัวเองเป็นทักษะพื้นฐานที่มีประโยชน์อย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนต้องเสียค่าซ่อมจำนวนมาก อาการที่บ่งบอกว่ายางรองแท่นเครื่องของคุณเริ่มหมดสภาพหรือฉีกขาด สามารถสังเกตได้จาก 5 สัญญาณเตือน ดังต่อไปนี้
อาการนี้เป็นสัญญาณแรก ๆ ที่ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด เมื่อคุณสตาร์ตเครื่องยนต์ หรือจอดรถติดไฟแดงโดยที่ยังเข้าเกียร์ D (Drive) อยู่ หากสังเกตพบว่าตัวรถมีอาการสั่นสะท้านมากกว่าปกติ สั่นจนรู้สึกได้ถึงเบาะนั่ง คอนโซลหน้า หรือกระจกมองหลังสั่นเบลอ นั่นเป็นเพราะเนื้อยางของยางรองแท่นเครื่องเกิดการทรุดตัวหรือแข็งกระด้างจนไม่สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนในรอบเดินเบาได้อีกต่อไป
เมื่อยางรองแท่นเครื่องเกิดการฉีกขาดจนแยกออกจากกัน จะทำให้เครื่องยนต์สามารถขยับตัวได้มากกว่าปกติ เมื่อคุณเหยียบคันเร่งเพื่อออกตัว หรือเหยียบเบรกเพื่อลดความเร็ว แรงเหวี่ยงจะทำให้ชิ้นส่วนโลหะของแท่นเครื่องกระแทกกันจนเกิดเสียงดังกึกกักหรือเสียงเหล็กกระทบกันดังมาจากบริเวณห้องเครื่อง นอกจากนี้เมื่อขับรถผ่านทางขรุขระหรือตกหลุม ก็อาจได้ยินเสียงกระแทกในลักษณะเดียวกันด้วย
การทำงานของระบบเกียร์และเครื่องยนต์มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด เมื่อคุณเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จาก P ไป R หรือจาก N ไป D จะเกิดแรงบิดกระทำต่อตัวเครื่องยนต์ หากยางรองแท่นเครื่องอยู่ในสภาพสมบูรณ์จะช่วยซับแรงกระชากนี้ไว้ แต่หากชิ้นส่วนนี้เสื่อมสภาพ ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกหรืออาการกระชากที่รุนแรงผิดปกติจังหวะที่เกียร์จับตัว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบเกียร์ในระยะยาวได้
แม้ว่าพวงมาลัยสั่นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การถ่วงล้อ หรือช่วงล่างหลวม แต่หากตรวจสอบจุดอื่น ๆ แล้วพบว่าปกติ สาเหตุอาจมาจากยางรองแท่นเครื่องที่ทรุดตัวลง ทำให้ตำแหน่งของเครื่องยนต์ต่ำลงกว่าระดับเดิมและไปกดทับหรือสัมผัสกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ในห้องเครื่อง แรงสั่นสะเทือนจึงถูกส่งทอดผ่านแกนพวงมาลัยมาถึงมือผู้ขับขี่โดยตรง โดยเฉพาะในขณะที่จอดรถนิ่ง ๆ หรือขับขี่ในความเร็วต่ำ
นอกจากการสังเกตจากความรู้สึกและเสียงแล้ว คุณยังสามารถตรวจสอบสภาพของยางรองแท่นเครื่องได้ด้วยตาเปล่า โดยการเปิดฝากระโปรงหน้ารถขณะดับเครื่องยนต์และจอดรถบนพื้นที่ราบ สังเกตระดับของตัวเครื่องยนต์ว่ามีการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือดูต่ำกว่าปกติหรือไม่ หากพบว่าเครื่องยนต์ดูเอียงผิดรูป หรือมองเห็นรอยฉีกขาด คราบน้ำมันไหลซึม (สำหรับแท่นเครื่องแบบไฮดรอลิก) ออกมาจากตัวแท่นเครื่อง นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นนี้แล้ว
หลายคนอาจมีความกังวลว่าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เปลี่ยนยางรองแท่นเครื่องจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่หรือไม่ แม้จะไม่อันตรายถึงขั้นทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงในทันที แต่มันจะส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังชิ้นส่วนอื่น ๆ ภายในรถยนต์ให้เสียหายตามไปด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อเครื่องยนต์ขยับตัวได้มากกว่าปกติ จะทำให้เกิดผลเสียดังต่อไปนี้
โดยเฉลี่ยแล้ว ยางรองแท่นเครื่องจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 100,000 กิโลเมตร หรือระยะเวลาประมาณ 5 ถึง 7 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผู้ผลิตเลือกใช้รวมถึงพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล หากรถยนต์ถูกใช้งานในสภาพการจราจรที่ติดขัด ต้องออกตัวและเบรกบ่อย ๆ หรือขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระเป็นประจำ เนื้อยางก็จะเสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง นอกจากนี้ ความร้อนสะสมในห้องเครื่องและการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องที่หยดลงไปโดนเนื้อยาง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตัวยางบวมและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเช่นกัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และการดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ยางรองแท่นเครื่องอยู่คู่กับรถของคุณไปได้อีกยาวนาน ซึ่งมีวิธีปฏิบัติง่าย ๆ ดังนี้
เมื่อขับรถบนเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ ควรลดความเร็วลงเพื่อลดแรงกระแทกที่ช่วงล่างและเครื่องยนต์ต้องแบกรับ การขับรถรูดผ่านลูกระนาดด้วยความเร็วสูงจะทำให้แท่นเครื่องต้องรับแรงกระชากอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เนื้อยางฉีกขาด
การเหยียบคันเร่งออกตัวอย่างรุนแรง (คิกดาวน์) หรือการเบรกอย่างกะทันหันบ่อย ๆ จะทำให้เครื่องยนต์เกิดการบิดตัวอย่างรุนแรง การขับขี่ด้วยความนุ่มนวล ค่อย ๆ ไต่ระดับความเร็ว จะช่วยถนอมทั้งยางรองแท่นเครื่อง ระบบเกียร์ และชิ้นส่วนอื่น ๆ ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
การบรรทุกน้ำหนักที่มากเกินกว่าที่คู่มือรถกำหนด จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้นในการฉุดลากตัวรถ ซึ่งส่งผลให้ยางรองแท่นเครื่อง ต้องรับภาระจากแรงสั่นสะเทือนและแรงบิดที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จึงควรใช้งานรถยนต์ให้เหมาะสมกับประเภทและพิกัดน้ำหนักที่กำหนด
ควรพิจารณาเข้าตรวจเช็กและเปลี่ยนเมื่อรถมีระยะทางการใช้งานถึงระยะ 100,000 กิโลเมตร หรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ เช่น รถสั่นแรงขณะจอดติดเครื่อง เข้าเกียร์แล้วกระตุก หรือมีเสียงดังกึกกักในห้องเครื่องเวลาตกหลุมหรือออกตัว
แนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกันทุกตัวแบบยกชุด เนื่องจากการทำงานของยางรองแท่นเครื่องจะทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อรับน้ำหนักและรักษาสมดุล ยางแต่ละจุดจึงมีอายุการใช้งานที่ไล่เลี่ยกัน หากเปลี่ยนเพียงแค่ตัวที่ขาด ตัวที่เหลือซึ่งเสื่อมสภาพไปแล้วจะรับภาระไม่ไหวและขาดตามมาในเวลาอันสั้น การเปลี่ยนยกชุดจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่จบถาวรและคุ้มค่ากับค่าแรงช่างมากกว่าในระยะยาว
ราคาค่าอะไหล่และค่าบริการจะแตกต่างกันไปตามรุ่นรถและประเภทของแท่นเครื่อง หากเป็นรถยนต์ใช้งานทั่วไปแบบ 4 สูบ ค่าอะไหล่รวมค่าแรงจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 8,000 บาทต่อชุด ควรเลือกใช้อะไหล่ของแท้หรืออะไหล่ที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการซับแรงสั่นสะเทือนที่ดีและทนทาน
การขับรถลุยน้ำบ่อยมีส่วนทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะแท่นเครื่องประเภทไฮดรอลิก นอกจากนี้การที่ความร้อนของเครื่องยนต์ไปเจอกับน้ำที่เย็นจัดอย่างกะทันหัน จะส่งผลให้เนื้อยางเกิดการหดตัว แข็งกระด้าง และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ การดูแลทำความสะอาดห้องเครื่องและการหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมขังจึงช่วยรักษาสภาพของอะไหล่ชิ้นนี้ได้

สรุปแล้วการหมั่นตรวจเช็กยางรองแท่นเครื่องจะช่วยลดความเสียหายต่อระบบอื่น ๆ ของรถและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ หากพบความผิดปกติควรรีบแก้ไขทันที สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากออกรถคันแรกคุณภาพดี Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดีหลากหลายรุ่น Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สามารถแวะมาชมได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ กว่า 80 สาขา ทั่วประเทศ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์ www.toyotasure.com ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486