Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

หัวชาร์จรถไฟฟ้ามีกี่แบบ มือใหม่หัดใช้รถ EV ต้องรู้อะไรบ้าง

วันที่เผยแพร่ 23/04/2026

ยอดผู้เข้าชม


หัวชาร์จรถไฟฟ้ามีกี่แบบ

กระแสรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดรถใหม่ป้ายแดงและตลาดรถยนต์มือสอง ผู้ใช้รถหลายคนอาจยังมีความสับสนเกี่ยวกับระบบการชาร์จไฟ วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการซื้อขายรถมือสอง จะมาอธิบายง่าย ๆ เพื่อให้คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับหัวชาร์จรถไฟฟ้า แต่ละประเภทว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย พร้อมทั้งเตรียมตัวสำหรับการใช้งานสถานีชาร์จสาธารณะได้อย่างมั่นใจ

 

ระบบชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า AC และ DC ต่างกันอย่างไร

การทำความเข้าใจระบบการอัดประจุไฟฟ้าเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า โดยทั่วไปแล้วระบบการชาร์จจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะของกระแสไฟฟ้า ซึ่งแต่ละประเภทมีหลักการทำงานและระยะเวลาในการอัดประจุที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

การชาร์จแบบธรรมดา (AC - Alternating Current)

การชาร์จแบบ AC หรือกระแสสลับ เป็นรูปแบบการชาร์จที่พบได้ทั่วไปตามที่พักอาศัยหรือจุดจอดรถในอาคารสำนักงาน กระแสไฟจากแหล่งจ่ายจะถูกส่งผ่านสายชาร์จเข้าไปยังตัวรถ โดยรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า On-Board Charger ทำหน้าที่แปลงกระแสสลับ (AC) ให้กลายเป็นกระแสตรง (DC) ก่อนที่จะนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ การชาร์จรูปแบบนี้จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่และกำลังไฟของเครื่องชาร์จ ซึ่งมักจะรองรับกำลังไฟตั้งแต่ 3.6 kW ไปจนถึง 22 kW ข้อดีของการชาร์จแบบ AC คือการสร้างความร้อนสะสมที่ต่ำ ช่วยถนอมเซลล์แบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงเหมาะสมกับการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน

 

การชาร์จแบบเร็ว (DC - Direct Current)

การชาร์จแบบ DC หรือกระแสตรง เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อความรวดเร็ว มักพบเห็นได้ตามสถานีชาร์จสาธารณะ ปั๊มน้ำมัน หรือจุดพักรถหลัก ตัวตู้ชาร์จจะมีขนาดใหญ่และมีระบบแปลงกระแสไฟฟ้าในตัว ทำให้สามารถจ่ายไฟกระแสตรงอัดเข้าสู่แบตเตอรี่ของรถยนต์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน On-Board Charger ของตัวรถ กำลังไฟในการชาร์จแบบ DC มีตั้งแต่ 50 kW ไปจนถึงระดับ 350 kW ในตู้ชาร์จประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ขับขี่ที่ต้องการเดินทางไกลและต้องการประหยัดเวลาในการรอ

 

ประเภทของหัวชาร์จรถไฟฟ้าที่ควรรู้

เมื่อเข้าใจความแตกต่างของกระแสไฟฟ้าแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดมาคือการทำความรู้จักกับรูปแบบของหัวปลั๊กที่ใช้ในการเชื่อมต่อ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ในแต่ละภูมิภาคได้พัฒนามาตรฐานที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

ประเภทของหัวชาร์จรถไฟฟ้าที่ควรรู้

 

Type 1 (AC)

ลักษณะของหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ Type 1 จะเป็นหัวกลมที่มี 5 ขั้วสัมผัส รองรับการชาร์จไฟกระแสสลับแบบ 1 เฟส (Single Phase) มาตรฐานนี้เคยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับในประเทศไทยปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ แทบจะไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้แล้ว อาจพบเห็นได้บ้างในรถยนต์นำเข้ารุ่นเก่าหรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดบางรุ่นเท่านั้น

 

Type 2 (AC)

หัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ Type 2 หรือที่มักเรียกกันว่า Mennekes มีลักษณะเป็นหัวกลมแต่ถูกตัดขอบด้านบนออกเล็กน้อย ภายในมี 7 ขั้วสัมผัส สามารถรองรับกระแสไฟสลับได้ทั้งแบบ 1 เฟส และ 3 เฟส ทำให้รองรับกำลังไฟได้สูงกว่า Type 1 อย่างมาก ปัจจุบัน Type 2 ได้กลายเป็นมาตรฐานกลางสำหรับการชาร์จแบบ AC ในประเทศไทยและทวีปยุโรป รถยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยทุกค่ายล้วนติดตั้งช่องชาร์จมาตรฐานนี้มาให้จากโรงงาน

 

CCS Type 2 (DC)

CCS ย่อมาจาก Combined Charging System เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Type 2 โดยคงส่วนบนที่เป็น 7 ขั้วสัมผัสไว้ และเพิ่มขั้วนำกระแสตรงขนาดใหญ่ 2 ขั้วไว้ที่ด้านล่าง รวมเป็นหัวชาร์จขนาดใหญ่ที่รองรับทั้งการอัดประจุแบบ AC และ DC ในช่องเสียบเดียวกัน มาตรฐาน CCS Type 2 เป็นมาตรฐานหลักของการชาร์จเร็วในประเทศไทยและยุโรป ตู้ชาร์จสาธารณะทุกแห่งในไทยให้บริการด้วยหัวชาร์จรถไฟฟ้าประเภทนี้เป็นหลัก

 

CHAdeMO (DC)

CHAdeMO เป็นมาตรฐานการชาร์จเร็วแบบกระแสตรงที่พัฒนาโดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเป็นหัวกลมขนาดใหญ่ จุดเด่นของมาตรฐานนี้คือการรองรับระบบการจ่ายไฟย้อนกลับจากรถสู่บ้าน (V2H) หรือสู่โครงข่ายไฟฟ้า (V2G) แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ดี แต่ในปัจจุบันค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่นอกประเทศญี่ปุ่น รวมถึงในประเทศไทย ได้หันไปใช้มาตรฐาน CCS Type 2 เป็นหลัก ทำให้หัวชาร์จรถไฟฟ้าประเภทนี้เริ่มลดน้อยลงตามสถานีชาร์จสาธารณะ

 

GB/T

มาตรฐาน GB/T เป็นข้อกำหนดที่ใช้ภายในประเทศจีนโดยเฉพาะ แบ่งแยกหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC และ DC ออกจากกันอย่างชัดเจน สำหรับผู้ขับขี่ในไทยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการผ่านตัวแทนจำหน่าย จะถูกปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนช่องชาร์จให้เป็นมาตรฐาน Type 2 และ CCS Type 2 ตั้งแต่โรงงานผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

 

Toyota bZ4X และรถ Toyota รุ่นอื่น ๆ ใช้หัวชาร์จแบบใด

Toyota bZ4X และรถ Toyota รุ่นอื่น ๆ ใช้หัวชาร์จแบบใด

สำหรับผู้ที่กำลังให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายโตโยต้า โดยเฉพาะรุ่นเด่นอย่าง Toyota bZ4X ซึ่งเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทย สเปกของตัวรถได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยช่องชาร์จไฟกระแสสลับ (AC) รองรับหัวชาร์จแบบ Type 2 สามารถรับกำลังไฟได้สูงสุดที่ 11 kW ซึ่งเพียงพอต่อการชาร์จข้ามคืนที่บ้านให้เต็มได้อย่างสบาย

ในส่วนของการชาร์จเร็ว (DC) นอกสถานที่ Toyota bZ4X รองรับหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ CCS Type 2 ซึ่งสามารถรับกำลังไฟสูงสุดได้ถึง 150 kW ช่วยให้การเดินทางข้ามจังหวัดเป็นเรื่องง่ายดายและประหยัดเวลา นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์ในกลุ่ม Plug-in Hybrid (PHEV) ของโตโยต้า ก็ล้วนได้รับการออกแบบให้ใช้ช่องชาร์จมาตรฐาน Type 2 สำหรับการชาร์จไฟกระแสสลับเช่นเดียวกัน ทั้งนี้สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อดีข้อเสียรถไฟฟ้าเพื่อประกอบการตัดสินใจ การเลือกใช้รถที่มีมาตรฐานหัวชาร์จรถไฟฟ้าตรงกับสถานีบริการส่วนใหญ่ในประเทศ จะช่วยลดความกังวลและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

ข้อควรรู้ก่อนเข้าใช้บริการสถานีชาร์จสาธารณะ

การใช้งานสถานีชาร์จไฟสาธารณะมีข้อปฏิบัติและมารยาทที่ผู้ใช้รถ EV ควรทำความเข้าใจ เพื่อให้การแบ่งปันทรัพยากรส่วนรวมเป็นไปอย่างราบรื่น

  • การวางแผนและตรวจสอบสถานีล่วงหน้า ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการสถานีชาร์จต่าง ๆ ติดสมาร์ทโฟนไว้ เพื่อตรวจสอบสถานะของตู้ชาร์จว่าว่างพร้อมใช้งานหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบประเภทของหัวชาร์จให้ตรงกับตัวรถ
  • มารยาทในการใช้พื้นที่ ช่องจอดรถบริเวณตู้ชาร์จถูกสงวนไว้สำหรับรถยนต์ที่กำลังทำการอัดประจุไฟฟ้าเท่านั้น เมื่อแบตเตอรี่เต็มหรือถึงระดับที่ต้องการแล้ว ควรเคลื่อนย้ายรถออกจากช่องจอดทันที เพื่อแบ่งปันพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ท่านอื่นได้ใช้งานต่อ
  • การจัดเก็บอุปกรณ์ หลังจากการชาร์จเสร็จสิ้น ควรปลดสายชาร์จออกอย่างระมัดระวัง ม้วนเก็บสายให้เรียบร้อย และนำหัวชาร์จรถไฟฟ้าเสียบกลับเข้าที่แท่นพักบนตู้ชาร์จให้เข้าล็อก เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการตกกระแทกหรือโดนทับ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หัวชาร์จรถไฟฟ้า

คำแนะนำในการเลือกสายพร้อมหัวชาร์จสำหรับการติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน

การติดตั้ง Wallbox สำหรับใช้งานในที่พักอาศัย แนะนำให้เลือกเครื่องชาร์จที่มาพร้อมกับสายและหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบ Type 2 เนื่องจากเป็นมาตรฐานสากลที่ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าและรถปลั๊กอินไฮบริดเกือบทุกรุ่นในตลาดประเทศไทย การใช้มาตรฐานนี้จะช่วยให้มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการเปลี่ยนรถคันใหม่ในอนาคต หรือแม้กระทั่งอำนวยความสะดวกหากมีรถของสมาชิกในครอบครัวมาขอใช้บริการร่วมด้วย

 

Toyota bZ4X ต้องพกหัวแปลงเมื่อไปชาร์จนอกบ้านหรือไม่

ผู้ใช้งาน Toyota bZ4X สเปกประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องพกหัวแปลงหรือ Adapter ใด ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากช่องชาร์จบนตัวรถเป็นมาตรฐาน Type 2 และ CCS Type 2 ซึ่งตรงกับมาตรฐานของตู้ชาร์จสาธารณะทุกเครือข่ายทั่วประเทศ ผู้ใช้งานสามารถขับรถเข้าไปจอดยังสถานี ดึงสายชาร์จจากตู้ และเสียบเข้ากับตัวรถเพื่อเริ่มต้นการชาร์จได้ทันที

 

ความปลอดภัยในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าขณะฝนตก

ระบบการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุม บริเวณเต้ารับบนตัวรถและหัวชาร์จมีซีลกันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP Rating ป้องกันความชื้นเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบซอฟต์แวร์ของตู้ชาร์จและตัวรถจะทำงานร่วมกัน โดยจะไม่มีการจ่ายกระแสไฟออกมาจนกว่าหัวชาร์จจะเสียบเข้ากับตัวรถแนบสนิทและระบบเซนเซอร์ตรวจสอบความปลอดภัยผ่านทั้งหมด หากพบความผิดปกติหรือไฟรั่วไหล ระบบจะตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ

 

วิธีแก้ปัญหาเมื่อดึงหัวชาร์จรถไฟฟ้าไม่ออก

ในบางกรณีที่ชาร์จไฟเสร็จสิ้นแล้วแต่ไม่สามารถดึงหัวชาร์จออกจากตัวรถได้ ข้อควรระวังคือห้ามออกแรงกระชากสายโดยเด็ดขาด วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือการกดปุ่มปลดล็อกประตูรถจากกุญแจรีโมทซ้ำ ๆ เพื่อสั่งให้ระบบเซนเซอร์ของตัวรถคลายสลักล็อกหัวชาร์จ หรือกดปุ่มหยุดการชาร์จที่หน้าจอภายในรถและแอปพลิเคชันอีกครั้ง หากยังไม่สามารถดึงออกได้ รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีสลักปลดล็อกฉุกเฉิน (Emergency Release) ซึ่งมักซ่อนอยู่บริเวณหลังช่องชาร์จหรือใต้ฝากระโปรงหน้าสำหรับใช้ดึงเพื่อปลดล็อกด้วยระบบแมนนวล

สรุปการเลือกหัวชาร์จรถไฟฟ้า

 

สรุปบทความ

การเลือกหัวชาร์จรถไฟฟ้าให้ตรงกับสเปกรถจะช่วยให้การชาร์จพลังงานราบรื่นและถนอมแบตเตอรี่ สำหรับใครอยากออกรถคันแรกด้วยรถมือสองสภาพดี Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมกว่า 80 สาขาใกล้บ้านคุณเช็กราคาได้ที่เว็บไซต์ www.toyotasure.com ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486

อัพเดทล่าสุด 23/04/2026