
ช่วงสิ้นปีและต้นปีเป็นช่วงเวลาที่พนักงานทุกคนรอคอย วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการรถมือสอง จะมาอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับวิธีคำนวณผลตอบแทนพิเศษ เพื่อให้ทุกคนวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการปิดหนี้ เก็บออม หรือการนำเงินโบนัสมาต่อยอดเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ซึ่งบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยว่าโบนัสคิดยังไงและมีเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด
เงินโบนัส คือ เงินพิเศษที่บริษัทจ่ายให้กับพนักงานนอกเหนือจากเงินเดือนปกติ เพื่อเป็นการตอบแทนความตั้งใจในการทำงานและผลประกอบการของบริษัท โดยทั่วไปแล้วการจ่าย เงินโบนัส จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ โบนัสแบบคงที่ (Fixed Bonus) ซึ่งมีการระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญาจ้าง และโบนัสตามผลงาน (Variable Bonus) ที่ขึ้นอยู่กับผลกำไรของบริษัทและการประเมินผลงานของพนักงานแต่ละคน
อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด โบนัส 1 เท่า คือ การได้รับเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 เดือน เท่ากับฐานเงินเดือนปัจจุบันนั่นเอง หากบริษัทประกาศจ่ายเงินโบนัส 1 เท่า และคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท คุณก็จะได้รับเงินโบนัสจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชี (ยังไม่หักภาษี)
เมื่อทราบแล้วว่าประเภทของโบนัสมีอะไรบ้าง ลำดับถัดมาคือการทำความเข้าใจว่าโบนัสคิดยังไง เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงินที่จะได้รับ โดยวิธีการคำนวณเงินโบนัสนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยสามารถแบ่งกรณีการคำนวณออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้
สำหรับพนักงานที่ทำงานมาครบ 1 ปีเต็ม หรือเริ่มงานตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคม การคำนวณเงินโบนัสจะใช้วิธีนำฐานเงินเดือนมาคูณกับจำนวนเท่าที่บริษัทประกาศจ่ายได้เลย
สูตรคำนวณ
เงินเดือน x จำนวนเท่าของโบนัส = เงินโบนัส ที่ได้รับ
ตัวอย่าง
ดังนั้น คุณจะได้รับเงินโบนัสสุทธิก่อนหักภาษีอยู่ที่ 60,000 บาท
สำหรับพนักงานใหม่ หรือผู้ที่เริ่มงานระหว่างปี หลายคนอาจกังวลว่าจะไม่ได้เงินโบนัส หรือสงสัยว่าในกรณีนี้โบนัสคิดยังไง โดยปกติแล้วบริษัทส่วนใหญ่จะใช้วิธีคำนวณแบบสัดส่วน (Pro-rate) เพื่อความเป็นธรรม โดยนำจำนวนเดือนที่ทำงานจริงมาเป็นตัวแปรในการคำนวณ
สูตรคำนวณ
(เงินเดือน x จำนวนเท่าของโบนัส x จำนวนเดือนที่ทำงาน) ÷ 12 = เงินโบนัส ที่ได้รับ
ตัวอย่าง
ดังนั้น แม้จะทำงานไม่ครบปี คุณก็ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินโบนัส จำนวน 50,000 บาท

เงินโบนัส ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 (มาตรา 40(1)) ตามกฎหมายสรรพากร ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับเงินเดือน ค่าจ้าง และเบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อได้รับเงินโบนัสเข้ามา จะต้องนำไปรวมกับรายได้ทั้งปีเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เมื่อฐานรายได้รวมสูงขึ้นจากเงินโบนัส อาจส่งผลให้อัตราภาษีที่คุณต้องจ่ายขยับฐานสูงขึ้น (Tax Bracket) ตามไปด้วย เช่น จากเดิมฐานภาษี 10% อาจขยับไปเป็น 15% เมื่อรวมเงินโบนัสก้อนโตเข้าไป โดยปกตินายจ้างจะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินโบนัสไว้ส่วนหนึ่งแล้ว แต่เมื่อถึงเวลายื่นภาษีประจำปี เราต้องนำเงินโบนัสมารวมคำนวณใหม่อีกครั้ง
ดังนั้น หากปีไหนที่คุณได้รับเงินโบนัสจำนวนมาก ควรวางแผนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี หรือประกันชีวิต เพื่อให้เงินโบนัสที่ได้มานั้นคุ้มค่าที่สุดและไม่ต้องแบกรับภาระภาษีที่มากจนเกินไป
เมื่อได้รับเงินโบนัสก้อนใหญ่ หลายคนมักเผลอใช้จ่ายไปกับการซื้อของฟุ่มเฟือยจนหมดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ เงินโบนัส ปีนี้สร้างประโยชน์สูงสุด ลองมาวางแผนจัดสรรปันส่วนตามหลักการเงินที่ถูกต้อง เพื่อเปลี่ยนเงินก้อนนี้ให้กลายเป็นความมั่งคั่งในอนาคตด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ ดังนี้
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อได้เงินโบนัสคือการสำรวจหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูง การนำเงินโบนัสไปปิดหนี้เหล่านี้เปรียบเสมือนการได้รับผลตอบแทนเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่คุณประหยัดไปได้ ซึ่งมักจะคุ้มค่ากว่าการนำไปฝากธนาคารเฉย ๆ และช่วยปลดล็อกภาระรายจ่ายต่อเดือนให้ลดลง
ชีวิตมีความไม่แน่นอน การแบ่งเงินโบนัสส่วนหนึ่งเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนง่าย หรือกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย ตกงาน หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย จะช่วยสร้างความอุ่นใจในการใช้ชีวิตได้มาก โดยควรมีเงินสำรองส่วนนี้ไว้อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
การทำงานหนักมาทั้งปี สมควรได้รับรางวัล การแบ่งเงินโบนัสประมาณ 10-15% เพื่อซื้อความสุข เช่น การท่องเที่ยว หรือซื้อของที่อยากได้ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรจำกัดงบประมาณไม่ให้กระทบเงินส่วนอื่น เพื่อให้เรายังมีกำลังใจในการทำงานปีต่อไป
แบ่งเงินโบนัสไปลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน เช่น หุ้น กองทุนรวม หรือทองคำ เพื่อให้เงินทำงานแทนเรา การลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยเงินโบนัสทุกปี จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์ในระยะยาวตามหลักดอกเบี้ยทบต้น
หากคุณมีความพร้อมทางการเงิน การนำเงินโบนัสมาซื้อทรัพย์สินที่จำเป็นและช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและการทำงาน อย่างเช่น "รถยนต์" ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะการเลือกซื้อรถยนต์มือสองคุณภาพดี ที่ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มากเมื่อเทียบกับรถป้ายแดง และเป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้จริง
สำหรับใครที่กำลังวางแผนออกรถ การได้รับเงินโบนัสถือเป็นจังหวะที่ดีในการสานฝันให้เป็นจริง การนำเงินโบนัสมาใช้ในการซื้อรถกับ Toyota Sure มีข้อดีหลายประการที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าที่คิด
การนำเงินโบนัสมาวางเป็นเงินดาวน์ก้อนใหญ่ (Down Payment) จะช่วยลดวงเงินยอดจัดไฟแนนซ์ลง ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ "ดอกเบี้ยรวม" ที่ต้องจ่ายลดน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้ค่างวดต่อเดือนถูกลง ทำให้สภาพคล่องในแต่ละเดือนของคุณดีขึ้น ไม่ตึงมือจนเกินไป ยิ่งดาวน์ด้วยเงินโบนัสมากเท่าไหร่ ภาระดอกเบี้ยก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
สำหรับคนที่ได้รับเงินโบนัสจำนวนมาก หรือมองหารถยนต์ Eco Car มือสอง การนำเงินโบนัสรวมกับเงินเก็บมาซื้อรถด้วยเงินสดที่ Toyota Sure จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของรถได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ต้องจัดไฟแนนซ์ และไม่ต้องกังวลกับภาระผูกพันรายเดือนในอนาคต
ที่ Toyota Sure เราเข้าใจดีว่าความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงแค่ราคา แต่หมายถึงคุณภาพรถที่คุณวางใจได้ รถทุกคันที่นี่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าคุณจะใช้เงินโบนัสซื้อสดหรือผ่อน คุณจะได้รับความมั่นใจจากมาตรฐานการตรวจเช็กที่ละเอียดถี่ถ้วน
กรณีทำงานไม่ครบปี โดยปกติบริษัทจะคำนวณ เงินโบนัส ตามสัดส่วนระยะเวลาทำงาน (Pro-rate) โดยใช้สูตร (เงินเดือน x จำนวนเท่าของโบนัส x จำนวนเดือนที่ทำงาน) ÷ 12 เพื่อให้ได้ยอดเงินโบนัสที่เป็นธรรม
จำเป็นต้องยื่นภาษีเงินโบนัสนับเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
การนำเงินโบนัสไปดาวน์รถถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะช่วยลดเงินต้นของยอดจัดไฟแนนซ์ ทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยลง และช่วยให้ค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง เพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ควรศึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อขายรถและคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี เพื่อไม่การผ่อนชำระต้องเป็นภาระในระยะยาว

สรุปแล้วการได้รับเงินโบนัสเป็นโอกาสดีในการสร้างความมั่นคง หากวางแผนให้ดีก็จะช่วยต่อยอดชีวิตได้ สำหรับใครที่ได้โบนัสก้อนใหญ่และมีแผนอยากออกรถมือสองคันใหม่มาใช้งาน Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถมือสองสภาพดีหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะ Eco Car, รถ C-Segment รุ่นท็อปราคาดี หรือรถกระบะสายลุย รับประกันด้วย Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมกว่า 90 สาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1486