
การขับรถทางไกลอาจนำมาซึ่งความเหนื่อยล้าสะสม วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการรถมือสองชั้นนำ จะมาอธิบายง่าย ๆ เกี่ยวกับวิธีแก้ง่วงตอนขับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวบนท้องถนน บทความนี้ได้รวบรวมวิธีทำให้หายง่วงนอนที่ปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและสภาพรถยนต์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางที่ราบรื่นในทุกเส้นทาง
ก่อนที่จะไปเรียนรู้เทคนิคการแก้ง่วง เราจำเป็นต้องสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายตนเองให้เป็นเสียก่อน หากคุณเริ่มมีสัญญาณเตือนทางร่างกายเหล่านี้แม้อาการเดียว นั่นหมายความว่าร่างกายกำลังเข้าขั้นวิกฤตและต้องการการพักผ่อนทันที
อาการเหล่านี้คือสัญญาณของอาการหลับใน ซึ่งอันตรายมากเพราะรถจะวิ่งไปอย่างไร้การควบคุม ดังนั้นเมื่อเกิดอาการต้องรีบหาวิธีแก้ง่วงตอนขับรถหรือหาที่จอดพักทันที
เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัย เราได้รวบรวม 10 เทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยกระตุ้นความตื่นตัวได้จริง ดังนี้

พื้นฐานสำคัญที่สุดของวิธีแก้ง่วงตอนขับรถ ไม่ใช่การหาตัวช่วยหน้าร้านสะดวกซื้อ แต่คือการเตรียมร่างกายให้พร้อมตั้งแต่ก่อนสตาร์ตรถ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงก่อนวันเดินทางไกล จะช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิในการตัดสินใจได้ดีเยี่ยม หากรู้ตัวว่าต้องขับรถทางไกล ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะหรือนอนดึกในคืนก่อนเดินทาง เพราะหนี้การนอนจะส่งผลให้ร่างกายเรียกร้องการพักผ่อนในขณะที่คุณกำลังจับพวงมาลัย
เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นตัวช่วยยอดนิยมที่ขาดไม่ได้สำหรับใครหลายคน หลักการทำงานของคาเฟอีนคือการเข้าไปขัดขวางสารอะดีโนซีนในสมองที่ทำให้เรารู้สึกง่วง แต่เคล็ดลับสำคัญของวิธีทำให้หายง่วงนอนด้วยกาแฟคือ "จังหวะเวลา" ควรดื่มก่อนที่จะเริ่มรู้สึกง่วงจัดประมาณ 15-30 นาที เพราะคาเฟอีนต้องใช้เวลาในการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อออกฤทธิ์ หากดื่มแล้วขับรถต่อทันที อาจจะต้องรอสักพักกว่าจะรู้สึกตื่นตัว
รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟันเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นระบบประสาทที่ได้ผลดีเยี่ยม การพกผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะม่วงหาวมะนาวโห่ มะยมดอง หรือมะม่วงเปรี้ยว ติดรถไว้เคี้ยวเพลิน ๆ ระหว่างทาง เป็นวิธีแก้ง่วงตอนขับรถที่ช่วยให้ตาสว่างได้ทันที ความเปรี้ยวจะกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายทำงานและส่งสัญญาณไปยังสมองให้ตื่นตัว นอกจากนี้ การเคี้ยวและขยับขากรรไกรยังช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองได้อีกทางหนึ่ง
ความเงียบหรือเสียงเพลงบรรเลงช้า ๆ อาจกลายเป็นเพลงกล่อมเด็กโดยไม่รู้ตัว ลองเปลี่ยนบรรยากาศในรถด้วยเพลย์ลิสต์เพลงจังหวะสนุกสนาน หรือเพลงร็อคที่มีจังหวะเร็ว ๆ (Upbeat) การได้ขยับตัวตามจังหวะหรือแหกปากร้องเพลงดัง ๆ เป็นวิธีทำให้หายง่วงนอนที่ช่วยดึงสมาธิกลับมาได้ดีมาก เพราะการร้องเพลงต้องใช้การหายใจและการใช้สมองส่วนความจำเนื้อร้อง ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้ตื่นตัวอยู่เสมอ
หากมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย อย่าปล่อยให้บรรยากาศเงียบเหงา การชวนคนข้าง ๆ พูดคุยในเรื่องที่ต้องใช้ความคิดหรือเรื่องตลกขบขัน จะช่วยให้สมองของผู้ขับขี่ต้องประมวลผลตลอดเวลา ลดโอกาสที่สมองจะเข้าสู่โหมดพักผ่อน แต่ควรระวังไม่ให้การสนทนานั้นดุเดือดหรือเครียดจนเกินไป เพราะอาจทำให้เสียสมาธิในการมองเส้นทางได้ การมีผู้ร่วมทางที่คอยช่วยดูทางและชวนคุยจึงเป็นวิธีแก้ง่วงตอนขับรถที่มีประสิทธิภาพและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการเดินทาง

ความเย็นสบายเกินไปจนเกือบหนาวอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปสำหรับการขับรถ เพราะอุณหภูมิที่อุ่นสบายมักชวนให้เคลิบเคลิ้ม การปรับแอร์ให้เย็นลงกว่าปกติเล็กน้อย หรือการลดกระจกลงเพื่อรับลมธรรมชาติและออกซิเจนจากภายนอก เป็นวิธีทำให้หายง่วงนอนที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจากปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเย็น นอกจากนี้ ลมแรง ๆ ที่ปะทะหน้าจะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมภายในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการง่วงซึม
กลิ่นหอมระเหยที่มีฤทธิ์เย็น เช่น เมนทอล ยูคาลิปตัส หรือเปปเปอร์มินต์ มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบหายใจและทำให้สมองโล่งสบาย การพกยาดม ยาหม่องน้ำ หรือสเปรย์น้ำแร่เย็น ๆ ไว้ฉีดพ่นใบหน้า เป็นวิธีแก้ง่วงตอนขับรถแบบเร่งด่วนที่พกพาสะดวก กลิ่นที่สดชื่นจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนลิมบิก ช่วยปรับอารมณ์ให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันทีที่สูดดม
เมื่อต้องนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ระบบไหลเวียนเลือดอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและง่วงนอน หากรถติดหรือขับในเส้นทางตรงยาว ๆ ลองขยับร่างกายเล็กน้อย เช่น ยืดแขน หมุนคอ หรือบีบนวดบริเวณต้นคอและขมับ การกระตุ้นจุดชีพจรเหล่านี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น ถือเป็นวิธีที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อไปในตัว
เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถ อย่าลังเลที่จะแวะเข้าไปล้างหน้าล้างตา การใช้น้ำเย็นเจี๊ยบล้างหน้าจะกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลงเล็กน้อยแต่เลือดจะถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองและหัวใจมากขึ้น เป็นวิธีแก้ง่วงตอนขับรถที่ช่วยรีเฟรชร่างกายได้เหมือนการกดปุ่ม Reset ใหม่
หากลองทำทุกวิธีแล้วยังไม่ไหว การฝืนขับต่อคือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า ทางออกที่ดีที่สุดคือการจอดรถในจุดที่ปลอดภัย ดับเครื่อง ลดกระจกเล็กน้อย ล็อครถ แล้วงีบหลับสัก 15-20 นาที การทำ Power Nap เพียงสั้น ๆ เท่านี้ เพียงพอที่จะให้สมองได้พักและกำจัดสารอะดีโนซีนบางส่วนออกไป เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ แนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพื่อไม่ให้หลับยาวเกินไปจนเกิดอาการมึนงง นี่คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อร่างกายถึงขีดจำกัด

นอกจากรู้วิธีแก้ง่วงตอนขับรถแล้ว การรู้ว่าสิ่งใดเป็นตัวกระตุ้นความง่วงก็สำคัญไม่แพ้กัน ก่อนหรือระหว่างขับรถทางไกลจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและยาบางประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้
ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนขับเพียงอย่างเดียว แต่สภาพรถยนต์ที่สมบูรณ์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความกังวลและอุบัติเหตุได้ การขับรถที่มีสภาพช่วงล่างดี เครื่องยนต์เงียบ และระบบปรับอากาศเย็นฉ่ำ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้ทางอ้อม
ก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง ควรตรวจเช็กระดับของเหลวต่าง ๆ ลมยาง ระบบเบรก และระบบไฟส่องสว่างให้เรียบร้อย หากคุณกำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่สำหรับการเดินทางไกล หรือต้องการรถมือสองคุณภาพดีที่ไว้ใจได้ Toyota Sure มีบริการตรวจเช็กสภาพรถมาตรฐานสูง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ารถทุกคันพร้อมสำหรับการเดินทางในทุกเส้นทาง
วิธีที่เห็นผลรวดเร็วและยั่งยืนที่สุดเมื่อเกิดอาการง่วงจัด คือการแวะพักที่จุดปลอดภัยเพื่อล้างหน้าด้วยน้ำเย็น หรือหากง่วงมากจนลืมตาไม่ขึ้น การงีบหลับ (Power Nap) เพียง 15-20 นาที จะช่วยฟื้นฟูสมองและร่างกายได้ดีกว่าการฝืนใช้วิธีอื่น ๆ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดื่มกาแฟคือ ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกง่วงประมาณ 15-30 นาที หรือใช้วิธี Coffee Nap คือการดื่มกาแฟแล้วงีบหลับทันทีประมาณ 20 นาที เมื่อตื่นขึ้นมา คาเฟอีนจะเริ่มออกฤทธิ์พร้อมกับสมองที่ได้รับการพักผ่อน ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นสองเท่า
การหลับในเป็นภาวะที่อันตรายกว่ามาก เพราะสมองจะตัดการรับรู้ภาพและเสียงไปชั่วขณะ (1-10 วินาที) โดยที่ผู้ขับขี่อาจยังลืมตาอยู่หรือทำท่าทางเหมือนขับรถปกติ แต่ไม่มีสติในการสั่งการใด ๆ ทำให้รถวิ่งไปอย่างไร้การควบคุม ซึ่งต่างจากอาการง่วงปกติที่ยังมีสติรับรู้
นอกจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แนะนำให้ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น มะม่วงหาวมะนาวโห่ มะยม หรือหมากฝรั่งและลูกอมรสเมนทอลเย็นจัด การเคี้ยวจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปที่สมองและทำให้ตื่นตัวได้ดี

ความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มต้นที่ความพร้อมของตัวคุณ การรู้เท่าทันอาการของร่างกายและนำเทคนิคต่าง ๆ ไปปรับใช้คือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัย และนอกจากความพร้อมของคนขับแล้ว ความมั่นใจในสมรรถนะรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ หากใครอยากออกรถคันแรก ด้วยรถมือสองสภาพหลากหลายรุ่นดี Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486