
ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนขณะขับขี่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถกังวล โดยเฉพาะอาการเหยียบเบรกแล้วมีเสียง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของระบบความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม วันนี้ Toyota Sure ผู้ให้บริการรถมือสองชั้นนำ จะมาอธิบายง่าย ๆ ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเสียงเหล่านี้เกิดจากอะไร เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าใจและดูแลรักษาระบบเบรกรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยทุกการเดินทาง หากได้ยินเสียงแปลก ๆ จากระบบเบรกควรทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้ครบถ้วน
ระบบเบรกถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการขับขี่ปลอดภัย เมื่อใดก็ตามที่ผู้ขับขี่พบว่าเหยียบเบรกแล้วมีเสียงผิดปกติเกิดขึ้น นั่นหมายความว่ากลไกการทำงานของระบบเบรกกำลังมีการเสียดสีที่ไม่สมบูรณ์ หรือมีชิ้นส่วนบางอย่างเสื่อมสภาพ ปกติแล้วระบบเบรกแบบดิสก์เบรก (Disc Brake) จะทำงานโดยใช้แรงดันไฮดรอลิกบีบผ้าเบรกให้จับกับจานเบรกเพื่อชะลอความเร็ว ซึ่งกระบวนการนี้อาจเกิดเสียงได้บ้างเล็กน้อยในบางจังหวะ แต่หากเสียงนั้นดังชัดเจน รบกวนสมาธิ หรือดังต่อเนื่อง นั่นคือสัญญาณเตือนภัยที่ผู้ใช้รถต้องรีบหาสาเหตุ
การละเลยเสียงเตือนเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงขึ้น เช่น จานเบรกสึกหรอจนต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือเบรกแตกหรือเบรกไม่อยู่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเสียงของเบรกจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เจ้าของรถทุกท่านควรทราบ
เสียงที่เกิดขึ้นจากระบบเบรกนั้นมีหลายลักษณะ ซึ่งแต่ละเสียงสามารถบ่งบอกถึงต้นตอของปัญหาที่แตกต่างกัน การสังเกตลักษณะเสียงจะช่วยให้ช่างซ่อมบำรุงวิเคราะห์ปัญหาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
อาการเหยียบเบรกแล้วมีเสียงแหลม ๆ คล้ายเสียงนกหวีด หรือเสียงโลหะเสียดสีกันด้วยความถี่สูง มักเป็นเสียงที่พบบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่มักเกิดจากตัวเตือนผ้าเบรกหมด ซึ่งเป็นชิ้นส่วนโลหะเล็ก ๆ ที่ผู้ผลิตติดตั้งไว้ เมื่อผ้าเบรกบางลงจนถึงจุดที่กำหนด เหล็กตัวนี้จะไปสีกับจานเบรกเพื่อให้เกิดเสียงเตือน นอกจากนี้เสียงแหลมยังอาจเกิดจากฝุ่นละอองที่เกาะผิวหน้าผ้าเบรก หรือหน้าสัมผัสของผ้าเบรกมีความมันเงามากเกินไป
หากเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังครืด ๆ หนักแน่น เหมือนมีอะไรบดขยี้กันอยู่ ถือเป็นเสียงที่อันตรายที่สุด แสดงว่าเนื้อผ้าเบรกได้หมดเกลี้ยงไปแล้ว จนทำให้แผ่นเหล็กที่เป็นฐานรองผ้าเบรกสีกับจานเบรกโดยตรง หากฝืนขับต่อไปจะทำให้จานเบรกเป็นรอยลึก เสียหายจนไม่สามารถเจียรใหม่ได้ และประสิทธิภาพการเบรกจะลดลงอย่างมากเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
เสียงลักษณะนี้มักดังเป็นจังหวะ หรือดัง "กึก" เพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มแตะเบรกหรือปล่อยเบรก อาการนี้มักไม่ได้เกิดจากตัวผ้าเบรกโดยตรง แต่เกิดจากความหลวมของอุปกรณ์จับยึด เช่น ก้ามปูเบรก (Caliper) หลวม สลักเบรกสึกหรอ หรือระบบช่วงล่างบางจุดมีปัญหา ทำให้เมื่อมีแรงกระทำจากการเบรก ชิ้นส่วนเหล่านี้จึงขยับตัวและเกิดเสียงดังขึ้น
เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาได้อย่างถ่องแท้ เราได้รวบรวม 7 สาเหตุหลักที่มักทำให้รถของคุณมีอาการตอนเหยียบเบรกมาฝาก เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง

สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เหยียบเบรกแล้วมีเสียง คือผ้าเบรกที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานจนบางลงเหลือต่ำกว่า 3-4 มิลลิเมตร เมื่อผ้าเบรกบางลง นอกจากเหล็กเตือนจะส่งเสียงแล้ว การระบายความร้อนก็จะทำได้แย่ลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลงตามไปด้วย
การใช้งานเบรกอย่างหนัก หรือการขับรถลุยน้ำท่วมขังในขณะที่จานเบรกกำลังร้อนจัด จะทำให้โลหะเกิดการหดตัวอย่างรวดเร็วและเกิดอาการจานเบรกคด เมื่อจานเบรกไม่เรียบเสมอกัน เวลาผ้าเบรกจับตัวจะเกิดการสั่นสะเทือนและทำให้เหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังผิดปกติ รวมถึงอาจมีอาการพวงมาลัยสั่นร่วมด้วยขณะเหยียบเบรก
สำหรับผู้ที่ต้องขับรถผ่านเขตก่อสร้าง ถนนลูกรัง หรือลุยโคลนบ่อย ๆ มักเจอปัญหาเศษหินเล็ก ๆ หรือเม็ดทรายเข้าไปแทรกอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะขูดขีดกับจานเบรกทุกครั้งที่มีการชะลอความเร็ว ทำให้เกิดเสียงดังแหลมและอาจทำให้จานเบรกเป็นรอยร่องลึกได้
อาการนี้มักเกิดจากการเลียเบรก หรือเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ ขณะลงเขา ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงมากจนหน้าสัมผัสของผ้าเบรกไหม้และแข็งตัวจนเป็นเงามัน (Glaze) เมื่อผิวสัมผัสลื่นเกินไป แรงเสียดทานจะลดลงและทำให้เกิดเสียงหอนหรือเสียงเอี๊ยดดังยาว ๆ เมื่อแตะเบรก
หลายคนอาจตกใจเมื่อเหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังมากในช่วงเช้า หรือหลังจากล้างรถเสร็จใหม่ ๆ สาเหตุนี้เกิดจากความชื้นทำให้เกิดสนิมบาง ๆ เกาะที่ผิวจานเบรก เมื่อล้อเริ่มหมุนและมีการเบรก ผ้าเบรกจะขัดเอาสนิมเหล่านี้ออกไป ทำให้เกิดเสียงดังครืดคราดในช่วงแรก แต่เมื่อขับไปสักพักเสียงจะหายไปเอง ซึ่งถือเป็นอาการปกติ
ในชุดเบรกจะมีแผ่นโลหะบาง ๆ เรียกว่า แผ่นชิม (Shim) รองอยู่ด้านหลังผ้าเบรกเพื่อซับเสียงและแรงสั่นสะเทือน หากแผ่นชิมนี้เสื่อมสภาพ หลุดหาย หรือไม่ได้ใส่จารบีกันเสียงในจุดที่ถูกต้อง ก็จะเป็นสาเหตุให้เหยียบเบรกแล้วมีเสียงกุกกัก หรือเสียงแหลมเล็ก ๆ รบกวนตลอดเวลา
การเลือกใช้ผ้าเบรกเกรดต่ำ หรือผ้าเบรกที่มีส่วนผสมของโลหะ (Semi-metallic) มากเกินไป อาจทำให้เกิดเสียงดังได้ง่ายกว่าผ้าเบรกแบบเซรามิกหรือแบบออร์แกนิก แม้จะราคาถูกกว่าแต่อาจแลกมาด้วยเสียงรบกวนที่น่ารำคาญและกินจานเบรกมากกว่าปกติ
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว การแก้ไขปัญหาเหยียบเบรกแล้วมีเสียงสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถมือสอง หรือใช้งานรถมือสองอยู่ การตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุงระบบเบรกเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรตรวจสอบความหนาของผ้าเบรกและสภาพจานเบรกทันทีที่ได้รับรถ เพื่อความมั่นใจว่ารถคันนั้นพร้อมใช้งานจริงและไม่มีปัญหาเหยียบเบรกแล้วมีเสียงมากวนใจภายหลัง
ที่ Toyota Sure เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก รถทุกคันของเราต้องผ่านการตรวจสอบระบบเบรก ระบบช่วงล่าง และจุดสำคัญอื่น ๆ อย่างละเอียด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รถที่มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัย พร้อมขับขี่ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมแซมจุกจิก
หากเป็นเสียงจี๊ด ๆ เบา ๆ อาจเกิดจากผ้าเบรกใกล้หมดหรือฝุ่นเกาะ สามารถขับต่อได้ในระยะสั้นเพื่อนำรถไปตรวจเช็กที่อู่หรือศูนย์บริการ แต่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเพราะอาจทำให้จานเบรกเสียหาย
อาจเกิดจากหน้าสัมผัสของผ้าเบรกใหม่ยังไม่เข้าที่กับจานเบรกเดิม (Bedding-in) ซึ่งต้องใช้เวลาขับขี่สักระยะ หรืออาจเกิดจากการไม่ได้เจียรจานเบรกก่อนเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่ ทำให้พื้นผิวไม่รับกันสนิท
เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้จากความชื้นและสนิมผิวที่เกาะบนจานเบรก เมื่อขับรถและแตะเบรกไปสัก 2-3 ครั้ง ความร้อนจะขจัดสนิมออกและเสียงจะหายไปเอง
โดยเฉลี่ยผ้าเบรกจะมีอายุการใช้งานประมาณ 30,000 - 50,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และการจราจร หากขับในเมืองที่รถติดและต้องเหยียบเบรกบ่อย ผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่าการขับทางไกล
ไม่จำเป็นเสมอไป หากหน้าจานเบรกยังเรียบเนียน ไม่มีรอยร่องลึก และไม่มีอาการเบรกสั่น ก็สามารถเปลี่ยนแค่ผ้าเบรกได้ แต่การเจียรจานจะช่วยให้ผ้าเบรกใหม่จับตัวได้ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดเสียง

สรุปได้ว่าอาการเหยียบเบรกแล้วมีเสียง ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะเป็นสัญญาณเตือนภัยเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยโดยตรง การหมั่นสังเกตเสียงและดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยให้มั่นใจในทุกการขับขี่ แต่หากใครอยากออกรถคันแรกด้วยรถมือสองสภาพดี Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แวะมาชมได้ที่โชว์รูมกว่า 90 สาขาใกล้บ้าน เช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1486