Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

ประกันรถยนต์กลุ่ม 1-5 คืออะไร รถเล็ก-กลาง-ใหญ่ จ่ายต่างกันแค่ไหน

วันที่เผยแพร่ 25/02/2026

ยอดผู้เข้าชม


ประกันรถยนต์กลุ่ม 1-5 คืออะไร

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมเบี้ยประกันรถยนต์ของคนรู้จักถึงราคาถูกกว่า ทั้งที่รถมีปีผลิตใกล้เคียงกัน ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ดวง แต่อยู่ที่การจัดกลุ่มรถยนต์ หรือ Car Groups ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่บริษัทประกันภัยใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวณเบี้ยประกัน สิ่งที่ผู้อ่านจะได้จากบทความนี้คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความแตกต่างของประกันรถเล็ก รถกลาง และรถใหญ่ รวมถึงรู้วิธีเช็ก กลุ่มรถ ของตัวเอง วันนี้ Toyota Sure จะมาอธิบายง่าย ๆ เพื่อให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

กลุ่มรถยนต์ คืออะไร ทำไมต้องแบ่งเกรด

กลุ่มรถยนต์ คือ การจัดแบ่งประเภทของรถยนต์ตามมาตรฐานที่กำหนดโดย คปภ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อใช้เป็นเกณฑ์กลางในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจให้มีความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยรถแต่ละรุ่นจะถูกจัดกลุ่มตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่ายและมักจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งานของรถรุ่นนั้น ๆ

ปัจจัยสำคัญที่บริษัทประกันภัยและ คปภ ใช้ในการพิจารณาแบ่งกลุ่มรถยนต์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบ ได้แก่ 

  • ราคารถยนต์ ณ วันเปิดตัว ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าทุนประกัน 
  • ราคาอะไหล่และการนำเข้า ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนเมื่อเกิดการซ่อม 
  • ค่าแรงในการซ่อมแซมที่แตกต่างกันไปตามความยากง่ายของเทคโนโลยีรถรุ่นนั้น 
  • สถิติความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหาย 

ทั้งหมดนี้ถูกนำมาคำนวณเป็น "ความเสี่ยงภัย" ที่บริษัทประกันต้องแบกรับ หากรถรุ่นไหนมีต้นทุนเหล่านี้สูง ก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงตามไปด้วย

 

เจาะลึก 5 กลุ่มรถยนต์ รถคุณอยู่ในระดับไหน

การทราบว่ารถที่คุณขับหรือกำลังวางแผนจะซื้อจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ใด จะช่วยให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายรายปีได้แม่นยำขึ้น โดยในประเทศไทยมีการแบ่งกลุ่มรถออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

กลุ่ม 1

รถในกลุ่มนี้ถือเป็นที่สุดของยานยนต์ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ ราคา และภาพลักษณ์ จัดเป็นรถนำเข้าแบบ CBU (Complete Built Up) หรือรถยนต์รุ่นพิเศษที่มีราคาสูงมาก การซ่อมแซมต้องใช้อู่เฉพาะทางหรือศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญสูง อะไหล่ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูงลิ่ว ส่งผลให้เบี้ยประกันของรถกลุ่มนี้แพงที่สุดในบรรดากลุ่มรถยนต์ทั้งหมด

  • ลักษณะเด่น: เป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง หรือรถหรูระดับ Ultra-Luxury ที่มีความซับซ้อนของระบบเครื่องยนต์และตัวถัง 
  • ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น: Ferrari, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Bentley รวมถึงรถยุโรปตัวท็อปบางรุ่นที่มีราคาสูงมาก

 

กลุ่ม 2

ขยับลงมาสู่รถยนต์ที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นบนท้องถนน แต่ยังคงสถานะความเป็นรถหรู รถในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นรถยุโรปยอดนิยม หรือรถ SUV ขนาดใหญ่ที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน แม้บางรุ่นอาจจะประกอบในประเทศ แต่ด้วยราคาอะไหล่และค่าแรงช่างที่ยังคงสูงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไป ทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ที่ 2 ซึ่งมีเบี้ยประกันสูงรองลงมาจากกลุ่มซูเปอร์คาร์

  • ลักษณะเด่น: เน้นความหรูหรา สะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เป็นรถในฝันของผู้บริหารและครอบครัวขนาดใหญ่ 
  • ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น: Mercedes-Benz E-Class, BMW Series 5, Volvo XC90, Audi A6 รวมถึงรถตู้หรูอย่าง Toyota Alphard / Vellfire

 

กลุ่ม 3

นี่คือกลุ่มรถยนต์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดค่อนข้างใหญ่ในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งขนาดกลาง (D-Segment) รถยนต์เอนกประสงค์ (PPV) และรถกระบะบางรุ่น รถกลุ่มนี้มีความสมดุลระหว่างสมรรถนะและราคาค่าซ่อมบำรุง อะไหล่หาได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่ม 1 และ 2 มีทั้งรถแบรนด์ญี่ปุ่นรุ่นท็อปและรถยุโรปขนาดเล็ก เบี้ยประกันจึงอยู่ในระดับปานกลาง ไม่สูงจนเอื้อมไม่ถึงแต่ก็ไม่ได้ถูกที่สุด

  • ลักษณะเด่น: เป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ทั้งใช้ในครอบครัวและการเดินทางไกล มีความแข็งแกร่งทนทาน 
  • ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น: Toyota Camry, Honda Accord, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest รวมถึงรถกระบะ 4 ประตู ยกสูง

 

กลุ่ม 4

รถยนต์ในกลุ่มนี้คือรถตลาดทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดี หรือที่เรียกว่า C-Segment เป็นรถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็ค เครื่องยนต์ประมาณ 1.6 - 1.8 ลิตร หรืออาจรวมถึงรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ รถกลุ่มนี้ได้รับความนิยมสูงมากในไทยเนื่องจากราคาที่เข้าถึงง่าย อะไหล่หาง่าย และมีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ค่าซ่อมบำรุงและเบี้ยประกันภัยถูกกว่ารถขนาดกลางและรถหรูอย่างชัดเจน

  • ลักษณะเด่น: เป็นรถยอดนิยมสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางต่างจังหวัด เน้นความคุ้มค่าและประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง 
  • ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น: Toyota Corolla Altis, Honda Civic, Mazda 3, Nissan Sylphy และรถกระบะตอนเดียวหรือแคปตัวเตี้ย

 

กลุ่ม 5

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ รถอีโคคาร์และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (B-Segment) เครื่องยนต์มักจะไม่เกิน 1.5 ลิตร รถในกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความประหยัด ทั้งราคาตัวรถและการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาอะไหล่ถูกที่สุด ค่าซ่อมบำรุงต่ำที่สุด ทำให้เบี้ยประกันภัยของรถ กลุ่มรถยนต์นี้มีราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำงานหรือผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

  • ลักษณะเด่น: คล่องตัวสูง หาที่จอดง่าย ประหยัดน้ำมัน และค่าใช้จ่ายแฝงต่ำ 
  • ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น: Toyota Yaris, Toyota Vios (รุ่นเก่า), Nissan Almera, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage, Honda City

ประกันรถเล็ก-กลาง-ใหญ่ ต่างกันอย่างไร

 

เปรียบเทียบชัด ๆ ประกันรถเล็ก vs รถกลาง vs รถใหญ่ ต่างกันอย่างไร

เมื่อเราทราบโครงสร้างของกลุ่มรถยนต์แล้ว สิ่งที่ผู้ใช้รถต้องพิจารณาต่อคือผลกระทบที่มีต่อกระเป๋าเงิน การเปรียบเทียบความแตกต่างด้านราคาและความคุ้มครองจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมการเลือก กลุ่มรถ ให้เหมาะกับงบประมาณจึงเป็นเรื่องสำคัญ

 

ความแตกต่างด้านเบี้ยประกัน (Price)

ราคาเบี้ยประกันภัยเป็นสิ่งที่สะท้อนความแตกต่างของกลุ่มรถยนต์ได้ชัดเจนที่สุด ยิ่งกลุ่มตัวเลขน้อย (เช่น กลุ่ม 1) เบี้ยยิ่งแพง ส่วนกลุ่มตัวเลขมาก (เช่น กลุ่ม 5) เบี้ยยิ่งถูก ตารางด้านล่างนี้แสดงการประมาณการราคาเบี้ยประกันชั้น 1 เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่าง

กลุ่มรถยนต์

ประเภทรถ

ราคาเบี้ยประกันเริ่มต้น (ประมาณการ)

กลุ่ม 1

Super Car / รถหรูนำเข้า

50,000 - 100,000++ บาท

กลุ่ม 2

รถหรูขนาดใหญ่ / ยุโรป

25,000 - 45,000 บาท

กลุ่ม 3

รถขนาดกลาง / SUV / PPV

18,000 - 28,000 บาท

กลุ่ม 4

รถยนต์ขนาดเล็ก / City Car

13,000 - 20,000 บาท

กลุ่ม 5

Eco Car / รถรุ่นประหยัด

9,000 - 16,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาเบี้ยประกันอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทุนประกัน ประวัติผู้ขับขี่ และโปรโมชั่นของแต่ละบริษัท

 

ความแตกต่างด้านทุนประกัน (Coverage)

ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มรถยนต์กับทุนประกันนั้นแปรผันตรงตามราคารถ รถกลุ่ม 1 และ 2 ซึ่งมีราคารถสูง จะได้รับทุนประกันที่สูงตามไปด้วย เพื่อให้ครอบคลุมมูลค่าความเสียหายหากเกิดเหตุชนหนักหรือสูญหาย ในขณะที่รถกลุ่ม 4 และ 5 ซึ่งราคารถย่อมเยากว่า ทุนประกันก็จะเริ่มต้นในระดับที่ต่ำกว่า การเลือกทุนประกันที่เหมาะสมควรครอบคลุมอย่างน้อย 80% ของราคารถในตลาดปัจจุบัน เพื่อไม่ให้ผู้เอาประกันต้องแบกรับภาระส่วนต่างมากเกินไปหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

ความแตกต่างด้านค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

ในบางกรณีกลุ่มรถยนต์มีผลต่อเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) โดยเฉพาะรถกลุ่ม 1 (Super Car) หรือรถกลุ่มสปอร์ตที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทประกันอาจระบุค่าเสียหายส่วนแรกในกรมธรรม์สูงกว่ารถทั่วไป เพื่อเป็นการคัดกรองความเสี่ยงและกระตุ้นให้ผู้ขับขี่มีความระมัดระวังมากขึ้น ในขณะที่รถกลุ่ม 3, 4 และ 5 ซึ่งเป็นรถตลาดทั่วไป มักจะมีทางเลือกทั้งแบบมีและไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ให้ผู้ซื้อประกันเลือกได้ตามความสมัครใจ

 

วิธีเช็กว่ารถของเราจัดอยู่ใน "กลุ่มรถ" ไหน

หากคุณไม่แน่ใจว่ารถคันโปรดจัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ใด สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่าน 2 วิธีง่าย ๆ ดังนี้

  1. ดูจากเล่มกรมธรรม์: ในหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จะมีช่องระบุ "รหัสรถยนต์" ซึ่งเป็นตัวเลข 3 หลัก ตัวอย่างเช่น 110 (รถเก๋งใช้ส่วนบุคคล) หรือ 210 (รถตู้โดยสารส่วนบุคคล) แม้รหัสนี้จะบอกประเภทการใช้งานเป็นหลัก แต่ในเอกสารแนบท้ายหรือรายละเอียดกรมธรรม์ฉบับเต็ม มักจะมีการระบุ กลุ่มรถ เอาไว้ หรือสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่โบรคเกอร์ประกันภัยโดยแจ้งยี่ห้อและรุ่นรถ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เช็กจากฐานข้อมูลบริษัทประกันได้ทันที
  2. ดูจากยี่ห้อและรุ่นปี: วิธีสังเกตง่าย ๆ คือการดู Segment ของรถตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น
  • หากเป็น Eco Car เครื่อง 1.2 ลิตร หรือ B-Segment 1.5 ลิตร ส่วนใหญ่คือ กลุ่ม 5
  • หากเป็นเครื่อง 1.6 - 1.8 ลิตร หรือ C-Segment คือ กลุ่ม 4
  • หากเป็นรถ D-Segment (Camry, Accord) หรือ PPV (Fortuner) คือ กลุ่ม 3
  • หากเป็นรถยุโรปทั่วไป คือ กลุ่ม 2
  • หากเป็นรถสปอร์ตหรูนำเข้า คือ กลุ่ม 1

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์กลุ่ม 1-5

รถ Eco Car จัดอยู่ในรถกลุ่มไหน

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ประหยัดพลังงานหรือ Eco Car อาจมีข้อสงสัยเรื่องการจัดกลุ่ม โดยทั่วไปแล้ว รถ Eco Car ส่วนใหญ่จะจัดอยู่ใน กลุ่ม 5 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเบี้ยประกันภัยถูกที่สุด เนื่องจากปัจจัยเรื่องราคาอะไหล่และการซ่อมบำรุงที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่น ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่ Toyota Yaris, Honda City (บางรุ่นตามปีผลิต), Suzuki Swift และ Nissan Almera ซึ่งถือเป็นขวัญใจคนเมืองที่เน้นความคุ้มค่า

 

เบี้ยประกันรถกลุ่ม 1 กับ กลุ่ม 5 ต่างกันกี่บาท

ส่วนต่างของเบี้ยประกันระหว่างหัวตารางและท้ายตารางนั้น แตกต่างกันมาก จนเห็นได้ชัด โดยรถกลุ่มรถยนต์ที่ 1 (Super Car) อาจมีเบี้ยประกันสูงถึงหลักแสนบาทต่อปีเนื่องจากทุนประกันที่สูงลิ่วและค่าซ่อมแซมที่แพงหูฉี่ ในขณะที่รถกลุ่ม 5 (Eco Car) เบี้ยประกันชั้น 1 อาจเริ่มต้นเพียง 9,000 - 15,000 บาท เท่านั้น ทั้งนี้ราคาที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่เลือกและประวัติของผู้ขับขี่ (No Claim Bonus) ด้วย

 

รถกระบะ 4 ประตู อยู่ในกลุ่มรถยนต์กลุ่มไหน

รถกระบะในปัจจุบันมีการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งบรรทุกของและใช้เป็นรถครอบครัว สำหรับรถกระบะ 4 ประตู หรือรถกระบะดัดแปลงเอนกประสงค์ (PPV) ยอดนิยมอย่าง Toyota Fortuner, Isuzu MU-X หรือ Ford Everest มักจะจัดอยู่ใน กลุ่ม 3 ซึ่งเป็นกลุ่มรถขนาดกลางถึงใหญ่ มีโครงสร้างแข็งแรง การซ่อมบำรุงไม่ซับซ้อนเท่ารถยุโรป ทำให้มีเบี้ยประกันในระดับปานกลาง ไม่สูงเท่ากลุ่มรถหรู

 

ถ้ารถเก่าลง กลุ่มรถจะเปลี่ยนไหม

เป็นคำถามที่หลายคนเข้าใจผิด โดยปกติแล้วกลุ่มรถยนต์จะถูกกำหนดตายตัวตั้งแต่วันแรกที่รุ่นรถนั้น ๆ ผลิตออกมาจำหน่าย และจะ ไม่เปลี่ยนแปลงตามอายุรถ แม้รถจะเก่าลง 5 ปี หรือ 10 ปี ก็ยังคงอยู่ในกลุ่มเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "เบี้ยประกัน" ที่อาจลดลง ซึ่งเป็นผลมาจาก "ทุนประกัน" ที่ลดลงตามค่าเสื่อมราคาของรถตามอายุการใช้งาน ไม่ใช่เพราะย้ายกลุ่มแต่อย่างใด

 

สรุปบทความ

การทำความเข้าใจเรื่องกลุ่มรถยนต์ ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคนิคประกันภัย แต่เป็นความรู้ที่ช่วยให้คุณวางแผนการเงินในการเป็นเจ้าของรถได้อย่างชาญฉลาด หากคุณเลือกรถใน กลุ่ม 5 หรือ กลุ่ม 4 ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายรายปีไปได้มาก แต่หากต้องการสมรรถนะและความภูมิฐานจากรถ กลุ่ม 2 หรือ กลุ่ม 3 ก็ต้องเตรียมงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันที่สูงขึ้นตามลำดับ 

สำหรับใครที่อยากออกรถคันแรกและมองหาความคุ้มค่าด้วยรถมือสองสภาพดี หลากหลายรุ่น Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถ Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจสอบถึง 280 จุด ตามมาตรฐาน TVI จากโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รถคุณภาพเยี่ยม แวะมาชมรถคันจริงได้ที่โชว์รูมกว่า 90 สาขา ใกล้บ้านคุณ หรือเช็กราคาได้ที่เว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ ได้เลย หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1486

อัพเดทล่าสุด 25/02/2026