Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

ยามอุบากองคืออะไร สำคัญอย่างไรต่อการเดินทาง

วันที่เผยแพร่ 26/03/2025

ยอดผู้เข้าชม


 

การดูฤกษ์ยามในการเดินทางเป็นศาสตร์ความเชื่อที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ ยามอุบากอง ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยความเชื่อที่ว่าการเลือกฤกษ์ยามที่ดีจะช่วยเสริมดวงชะตาและความปลอดภัยในการเดินทาง ทำให้ผู้เดินทางมีความมั่นใจและสบายใจมากขึ้น วันนี้ Toyota Sure จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ ยามอุบากอง ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ยามอุบากองคืออะไร

ยามอุบากอง คือ ศาสตร์โบราณที่ใช้ในการทำนายฤกษ์ยามการเดินทาง โดยอาศัยการคำนวณจากดิถี เวลา และวันในปฏิทินจันทรคติ เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกเดินทาง ระบบการคำนวณของ ยามอุบากอง จะแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วงๆ แต่ละช่วงจะมีความหมายและคำทำนายที่แตกต่างกัน บ่งบอกถึงโชคลางและความปลอดภัยในการเดินทาง

 

ที่มาของคำว่า "ยามอุบากอง"

ยามอุบากอง มีที่มาที่น่าสนใจจากประวัติศาสตร์ไทย-พม่า โดยคำว่า "อุบากอง" เป็นชื่อของแม่ทัพพม่าที่ถูกจับเป็นเชลยในสมัยที่พระเจ้าปะดุงยกทัพมาตีเมืองเชียงใหม่ และถูกคุมขังที่คุกวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ ระหว่างถูกคุมขัง อุบากองได้ใช้ความรู้ด้านโหราศาสตร์คำนวณฤกษ์ยามในการวางแผนหลบหนี จนประสบความสำเร็จ ทำให้วิธีการดูฤกษ์ยามของเขาได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำ และถูกเรียกว่า "ยามอุบากอง" ตามชื่อของแม่ทัพผู้นี้ ก่อนจะแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

 

ฤกษ์ยามอุบากองใช้กับอะไรบ้าง 

ยามอุบากอง นิยมใช้ในการดูฤกษ์ยามสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการออกเดินทางไกล การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ การย้ายบ้าน การเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้แต่การออกเดินทางไปทำบุญ นอกจากนี้ยังใช้ในการวางแผนการเดินทางสำคัญ เช่น การเดินทางไปสู่ขอ หรือการเดินทางในวาระพิเศษต่างๆ ฤกษ์ในการพบปะลูกค้าเพื่อการเจรจาทางธุรกิจ รวมไปถึงวันออกรถมือสองก็ใช้ได้ด้วยเช่นกัน

 

ความหมายของสัญลักษณ์บนยันต์อุบากอง

ยันต์อุบากองเป็นแผนภูมิโบราณที่ใช้ในการคำนวณฤกษ์ยามการเดินทาง ประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีความหมายเฉพาะ ซึ่งใช้ในการทำนายโชคลางและความเหมาะสมของการเดินทาง โดยแต่ละสัญลักษณ์มีความหมายดังนี

 

ศูนย์หนึ่ง = จุดสีดำ 1 จุด (⠂) 

ศูนย์หนึ่งอย่าพึ่งจร แม้ราญรอนจะอัปรา ความหมาย คือ ไม่แนะนำให้ออกเดินทาง หรือกระทำการสำคัญใด ๆ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

 

สองศูนย์ = จุดสีดำ 2 จุด (⠑)

สองศูนย์เร่งยาตรา จะมีลาภสวัสดี ความหมาย คือ ฤกษ์ยามดี ให้รีบเดินทางหรือกระทำการใด ๆ ในวันดังกล่าว จะเกิดผลและโชคลาภ

 

สี่ศูนย์ = จุดสีดำ 4 จุด (⠛)

สี่ศูนย์จะพูนผล แม้จรดลดีหนักหนา ความหมาย คือ ฤกษ์ดีมาก เดินทางราบรื่นไร้อุปสรรค ทำอะไรก็จะราบรื่น โชคดีและประสบความสำเร็จ

 

ปลอดศูนย์ = ช่องว่าง

ปลอดศูนย์พูลสวัสดิ์ ภัยพิบัติลาภบ่มี ความหมาย คือ ฤกษ์กลาง ๆ ทุกอย่างราบรื่นไม่มีอะไรติดขัด ไม่มีเคราะห์ร้าย สามารถเดินทางได้ แต่อาจไม่ได้โชคดีถึงขั้นมีลาภลอย

 

กากบาท (✖)

กากบาทตัวอัปรีย์ แม้จรลีจะอัปรา ความหมาย คือ ฤกษ์ไม่ดี เสี่ยงอันตรายและมีแต่ความผิดพลาด ไม่ควรออกเดินทาง หรือทำอะไรในวันนี้เด็ดขาด

 

วิธีดูฤกษ์ยามอุบากอง

 

วิธีดูฤกษ์ยามอุบากอง

การดูยามอุบากองมีหลายรูปแบบที่ได้รับการสืบทอดมา แต่ละวิธีมีเอกลักษณ์และความแม่นยำแตกต่างกันไป ผู้ที่สนใจสามารถเลือกใช้วิธีที่ตนเองถนัดและเข้าใจได้ง่าย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใด สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณอย่างละเอียดและรอบคอบ

รายละเอียดที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับยามอุบากองมีดังนี้

  • 1 ยามอุบากอง เท่ากับ 2 นาฬิกา กับ 4 บาท (2 ชั่วโมง 24 นาที)
  • 1 บาท เท่ากับ 6 นาที

 

1. ยามอุบากองรูปแบบข้างขึ้น-ข้างแรม

การดูยามอุบากองในรูปแบบข้างขึ้น-ข้างแรมเป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยอาศัยการคำนวณจากวันขึ้นหรือแรมของเดือนตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ยามอุบากองข้างขึ้น และยามอุบากองข้างแรม แต่ละแบบมีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน

 

ยามอุบากองข้างขึ้น

สำหรับการดูยามอุบากองในช่วงข้างขึ้น (วันขึ้น 1-15 ค่ำ) มีวิธีดังนี้

เวลา

เช้า

สาย

เที่ยง

บ่าย

เย็น

กลางวัน

06.01 น.

08.24 น.

08.25 น.

10.48 น.

10.49 น.

13.12 น.

13.13 น.

15.36 น.

15.37 น.

18.00 น.

กลางคืน

18.01 น.

20.24 น.

20.25 น.

22.48 น.

22.49 น.

01.12 น.

01.13 น.

03.36 น.

03.37 น.

06.00 น.

วันอาทิตย์

 

วันจันทร์

 

วันอังคาร

 

วันพุธ

 

วันพฤหัสบดี

 

วันศุกร์

 

วันเสาร์

 

 

ยามอุบากองข้างแรม

สำหรับการดูยามอุบากองในช่วงข้างแรม (วันแรม 1-15 ค่ำ) มีวิธีดังนี้

เวลา

เย็น

บ่าย

เที่ยง

สาย

เช้า

กลางวัน

15.37 น.

18.00 น.

13.13 น.

15.36 น.

10.49 น.

13.12 น.

08.25 น.

10.48 น.

06.01 น.

08.24 น.

กลางคืน

03.37 น.

06.00 น.

01.13 น.

03.36 น.

22.49 น.

01.12 น.

20:25 น.

22:48 น.

18.01 น.

20.24 น.

วันอาทิตย์

 

วันจันทร์

 

วันอังคาร

 

วันพุธ

 

วันพฤหัสบดี

 

วันศุกร์

 

วันเสาร์

 

 

2. ยามอุบากองรูปแบบดิถีค่ำและเวลา

การดูยามอุบากองตามดิถีค่ำและเวลาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยม โดยใช้ตารางขนาด 5x5 ช่อง (25 ช่อง) ซึ่งจะตัดวันศุกร์และวันเสาร์ออก วิธีการดูจะเริ่มจากการนับช่องทีละช่องตามดิถี โดยเริ่มจาก 1 ค่ำถึง 5 ค่ำ แล้วเริ่มนับใหม่ เช่น 4 ค่ำเริ่มที่ 1 ใหม่ 7 ค่ำเริ่มที่ 2 เป็นต้น เมื่อนับถึงดิถีที่ต้องการแล้ว จึงดูช่วงเวลาที่เหมาะสมจากสัญลักษณ์ในช่องนั้นๆ

ตัวอย่างเช่น หากเป็นวันขึ้น 8 ค่ำ เมื่อนับตามวิธีจะตกอยู่แถวที่ 3 ซึ่งช่วงเวลา 10.49-13.12 น. จะเป็นฤกษ์ดีที่สุด (แสดงด้วยสัญลักษณ์สี่จุด) และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วง 13.13-15.36 น. (แสดงด้วยสัญลักษณ์กากบาท) สำหรับการเดินทางในช่วงกลางคืน การนับดิถีจะเหมือนกัน แต่ช่วงเวลาจะสลับจากเย็นไปเช้าคล้ายกับการดูแบบข้างแรม

 

รายละเอียดของตารางยามอุบากองรูปแบบดิถีค่ำและเวลา มีดังนี้

เวลา

เช้า

สาย

เที่ยง

บ่าย

เย็น

กลางวัน

06.01 น.

08.24 น.

08.25 น.

10.48 น.

10.49 น.

13.12 น.

13.13 น.

15.36 น.

15.37 น.

18.00 น.

กลางคืน

03.37 น.

06.00 น.

01.13 น.

03.36 น.

22.49 น.

01.12 น.

20:25 น.

22:48 น.

18.01 น.

20.24 น.

 

 

 

 

 

 

3. ยามอุบากองรูปแบบวัน-เวลา

การดูยามอุบากองตามวันและเวลาเป็นวิธีที่เข้าใจง่ายที่สุด โดยพิจารณาจากวันในสัปดาห์ตั้งแต่จันทร์-อาทิตย์ และประกอบกับช่วงเวลากลางวัน 5 ยาม และกลางคืออีก 5 ยาม

 

รายละเอียดของตารางยามอุบากองรูปแบบวัน-เวลา มีดังนี้

เวลา

เช้า

สาย

เที่ยง

บ่าย

เย็น

กลางวัน

06.01 น.

08.24 น.

08.25 น.

10.48 น.

10.49 น.

13.12 น.

13.13 น.

15.36 น.

15.37 น.

18.00 น.

กลางคืน

18.01 น.

20.24 น.

20.25 น.

22.48 น.

22.49 น.

01.12 น.

01.13 น.

03.36 น.

03.37 น.

06.00 น.

วันอาทิตย์

 

วันจันทร์

 

วันอังคาร

 

วันพุธ

 

วันพฤหัสบดี

 

วันศุกร์

 

วันเสาร์

 

 

สรุปบทความยามอุบากอง

สรุปบทความ

ยามอุบากองนับเป็นศาสตร์โบราณที่คนไทยให้ความเชื่อถือมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าการเลือกฤกษ์ยามที่ดีจะช่วยเสริมดวงชะตาและความปลอดภัยในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการเดินทางด้วยความมีสติ ระมัดระวัง และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะนั่นคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การเดินทางปลอดภัย สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถเก๋งโตโยต้า และรถกระบะมือสองสภาพดีเพื่อการเดินทางที่อุ่นใจ Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถคุณภาพที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอย่างพิถีพิถัน สามารถแวะชมและทดลองขับได้ที่โชว์รูมสาขาใกล้บ้านคุณ

อัพเดทล่าสุด 26/03/2025