Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

วิธีเช็กรถมือสองแบบมืออาชีพ เลือกอย่างไรไม่โดนย้อมแมว

วันที่เผยแพร่ 02/11/2023

ยอดผู้เข้าชม


cover-80

อยากซื้อรถมือสองไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในปัจจุบันมีตลาดรถยนต์มือสองให้เลือกได้มากมายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยไม่ว่าจะรุ่นไหนงบประมาณเท่าไหร่ก็มีหมด แต่สิ่งที่หลาย ๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อนก็คือวิธีเช็กรถมือสอง เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ารถยนต์เหล่านี้ผ่านการใช้งานมาแล้ว ย่อมต้องมีอาการสึกหรอกันบ้าง และก็มีอยู่ไม่น้อยเลยที่เคยโดนย้อมแมวแล้วมารู้ทีหลังว่ารถที่ได้มาเคยมีประวัติอะไรที่ไม่ดีมาก่อนบ้าง ทำให้หลายคนมีคำว่า “ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้างวันนี้โตโยต้า ชัวร์จึงได้รวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีเช็กและเลือกรถมือสองจากผู้เชี่ยวชาญของพวกเรา มีอะไรที่ต้องให้ความสำคัญไปบ้างไปดูกันเลย

 

รวมวิธีเช็กรถมือสอง กับจุดสำคัญที่ต้องดูอย่างละเอียด

สำหรับรายละเอียดของวิธีเช็กและเลือกรถมือสองนั้น โตโยต้า ชัวร์ ขอแบ่งเป็นทั้งหมด 6 ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเลือกซื้อรถมือสองคันที่ถูกใจ ดังต่อไปนี้

 

1. เช็กเอกสารรถยนต์ประวัติย้อนหลัง

วิธีเช็กรถมือสอง อย่างแรกต้องดูเอกสารที่เกี่ยวกับรถทั้งหมด ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะตัวเล่มรถยนต์ควรดูให้ดีว่าเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ตรงกับที่แสดงในเล่มหรือไม่ ถัดมาย้อนดูในส่วนรายการบันทึกของเจ้าหน้าที่ว่ามีการบันทึกอะไรบ้าง เช่น ประวัติการเปลี่ยนเครื่องยนต์, การดัดแปลงตัวถัง, ประวัติการออกเล่มใหม่แทนเล่มเก่า (ในกรณีชำรุดหรือสูญหาย) เป็นต้น

 

ส่วนที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ รายชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อดูว่าเปลี่ยนมือมาแล้วกี่คน ชื่อเจ้าของคนล่าสุดตรงกับบัตรประชาชนหรือไม่ และอีกจุดก็คือประวัติรายการภาษีให้เทียบสีหมึกของแต่ละปีให้ดี ๆ หากสีหมึกดูใหม่เท่ากันหมดให้ตั้งขอสงสัยเอาไว้ก่อนว่าอาจจะเสี่ยงเป็นเล่มรถของปลอม

 

2. เช็กเลขไมล์บนหน้าปัด

วิธีเช็กไมล์รถมือสอง ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เพราะเป็นหลักฐานที่ชี้วัดว่ารถคันนี้ผ่านการใช้งานมากขนาดไหน หากคุณกำลังสงสัยว่าเลขไมล์ดูไม่ค่อยสอดคล้องกับสภาพรถ แนะนำให้ลองดูตามอุปกรณ์ส่วนต่าง ๆ เช่น คันเร่ง, พวงมาลัย, แผงตามประตู, ความสกปรกของเครื่องยนต์ และ ความสัมพันธ์ของเลขไมล์น้อยกับวันที่จดทะเบียนรถ เป็นต้น 

การกรอเลขไมล์แล้วมาหลอกขายมือสองมีโทษตามกฎหมายมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ที่ทำผิดต้องถูกดำเนินคดีข้อหาหลอกลวงประชาชนด้วยการปกปิดความจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2549 มาตรา 343 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

content-80-2

3. เช็กสภาพตัวถังของรถ

ตัวถังของรถยนต์ส่วนแรกที่คุณจะได้เห็น ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะนำมาขายบางคันอาจอาจผ่านการซ่อมสีและตัวถังมาก่อนเพื่อปรับสภาพรถ วิธีเลือกรถมือสองในข้อนี้ แนะนำให้ลองสังเกตด้วยตามเปล่าดูก่อนว่ารูปทรงของตัวถังดูปกติดีมั้ย ช่องว่างระหว่างประตูและตัวถังเท่ากันหรือไม่ อีกสิ่งที่ต้องสังเกตให้ดีคือสีของตัวถัง เบื้องต้นให้ลองเคาะดูก่อนว่าเสียงเป็นยังไง หากรู้สึกว่าเสียงแน่น ๆ ทึบ ๆ และรู้สึกได้ว่าสีเป็นคลื่น ๆ ไม่เรียบเนียน เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ารถคันนี้ผ่านการทำสีหลายชั้นเพื่อปกปิดร่องรอยที่มีปัญหา

 

4. เช็กตะเข็บรอบตัวถัง

ตะเข็บและอาร์กของตัว คือ ส่วนที่มีการประกบและยึดติดระหว่างชิ้นส่วนของตัวถังและส่วนประกอบอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน จุดนี้หลายคนมักมองข้ามไปแต่ละส่วนจะมีการปกปิดด้วยซีลยาง ถ้าหากพบความผิดปกติตามจุดต่าง ๆ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเคยโดยชนและผ่านการซ่อมหนักมาก่อน โดยจุดที่ควรเช็กก่อนซื้อรถมือสองมีดังนี้

  • คานหน้ารถ จุดนี้ให้สังเกตตัวนอตตามจุดต่าง ๆ ว่าถูกยึดครบทุกตัวหรือไม่ คานมีสีที่ดูใหม่กว่าส่วนอื่นรึเปล่า และสติกเกอร์แนะนำการใช้งานที่แปะมาจากศูนย์ยังอยู่ครบมั้ย
  • แก้มทั้ง 2 ข้าง ต้องมีรอยนูนใกล้ ๆ ตะเข็บในระยะเท่ากันทั้ง 2 ข้าง
  • ขอบประตูทุกบาน ส่วนนี้หลายคนไม่ค่อยสังเกตเพราะมีซีลยางขอบประตูปิดไว้ แนะนำให้ดึงซีลยางออกมาถ้าหากรอยอาร์กตามขอบยังอยู่ครบและมีความสม่ำเสมอถือว่าปกติ
  • บริเวณท้ายรถใต้กระโปรงหลัง ต้องมีรอยอาร์กกับรอยนูนในระยะเท่ากันทั้ง 2 ข้าง และต้องไม่มีรอยไหนหายไปแม้แต่รอยเดียว

content-80-3

5. เช็กระบบส่งกำลังทั้งหมด

วิธีเลือกรถมือสองที่ต้องให้ความสำคัญพอ ๆ กับตัวถังคือ ระบบส่งกำลังเป็นหัวใจหลักที่ทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ โดยมี 3 ส่วนหลัก ๆ ที่จำเป็นต้องผ่านการตรวจเช็กดังนี้

เครื่องยนต์ 

การเช็กเครื่องยนต์ เบื้องต้นควรสังเกตตั้งแต่การเดินเครื่องว่าเป็นยังไง ถ้าเครื่องไม่นิ่งจะทำให้รอบเครื่องสะดุดตอบขับ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำความเร็วได้ไม่สม่ำเสมอ ถัดมาให้สังเกตเสียงว่ามีอะไรที่ผิดแปลกไปจากรถทั่วไปมั้ย สีควันท่อไอเสียต้องใสไม่มีสีขาวหรือสีดำออกมา ซึ่งควันสีใสคือการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ยังมีรายการที่ต้องตรวจเช็กอีก เช่น

  • รอยรั่วน้ำมันเครื่อง
  • สภาพของหม้อน้ำ
  • สภาพสายพานและสายเคเบิลต่าง ๆ
  • สภาพขั้วแบตเตอรี่
  • ระดับของเหลวทั่วหมด

เกียร์ 

ปัญหาของระบบเกียร์จะมีทั้งเกียร์กระตุก เกียร์ไม่เปลี่ยนรอบ เสียงเฟืองเกียร์หอน มากไปกว่านั้นในเกียร์ออโต้ยังมีอาการเข้าเกียร์ D แล้วรถไม่เดินหน้า ปัญหาเหล่านี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเกียร์ไม่สมบูรณ์ ซึ่งถ้าเกียร์พังขึ้นมาต้องเปลี่ยนอย่างเดียว และราคาเกียร์ลูกใหม่ค่อนข้างสูงไม่คุ้มกับราคารถที่จ่ายไป ดังนั้นวิธีเลือกรถมือสองในข้อนี้ แนะนำให้ลองเข้าเกียร์ให้ครบทั้งหมด และทดลองขับเพื่อสังเกตการเคลื่อนตัวของรถ ซึ่งจะต้องเร่งความเร็วที่สอดคล้องกับรอบเครื่อง ไม่มีอาการสะดุดหรือกระตุก

ช่วงล่าง 

ปัญหาที่พบบ่อยคือเรื่องของเสียงในระหว่างขับ เช่น เสียงดังแกรก ๆ ในจังหวะเลี้ยว มีเสียงดังกุก ๆ ตอนขับในเส้นทางขรุขระ หรือรู้สึกถึงความย้วยทรงตัวไม่ดี อาการเหล่านี้คือปัญหาช่วงล่างเสื่อมสภาพ สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ไม่จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าทดลองขับแล้วพบเสียงผิดปกติหรืออาการสั่นสะเทือนมาก ๆ หากนำไปซ่อมเองอาจจะต้องลงทุนพอสมควร ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดีว่าคุณพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ แนะนำว่าลองเปรียบเทียบกับรถคันอื่น ๆ ดูก่อนตัดสินใจเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว

 

6. เช็กระบบไฟและส่วนประกอบอื่น ๆ

สุดท้ายให้ลองเช็กอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบไฟฟ้าดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น ไฟส่องสว่างคู่หน้า ไฟคู่ท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว แอร์ต้องทำความเย็นได้ดีไม่มีกลิ่นอับ พวงมาลัยต้องหมุนได้รอบ ๆ ไม่ฝืดไม่ค้างและคืนตัวได้ และที่สำคัญต้องเช็กระบบล็อกรถด้วยว่ายังใช้งานได้ปกติรึเปล่า

 

มีวิธีเช็กรถมือสองอย่างไรว่าเคยจมน้ำมาก่อน

สำหรับวิธีดูรถมือสองข้างต้นทั้งหมด ถือว่าครอบคลุมทั้งในแง่ของการใช้งานและเลี่ยงรถที่ผ่านการชนหนักมาแล้ว แต่อีกปัญหาหลายคนอาจคิดไม่ถึงอย่าง “รถจมน้ำ” ซึ่งรถที่ผ่านปัญหานี้มาก่อน อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายในอนาคต ทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ และความปลอดภัยโดยรวม การตรวจสอบประวัติรถอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้รถที่มีคุณภาพดีและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป นี่คือวิธีเช็กรถมือสองที่ควรทำอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

  • ตรวจสอบกลิ่นอับชื้นภายในห้องโดยสาร เมื่อเปิดประตูรถ ให้สังเกตกลิ่นอับชื้นหรือกลิ่นเหม็นที่ผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณพรม เบาะนั่ง และเพดานรถ รถที่เคยจมน้ำมักมีกลิ่นอับชื้นฝังแน่น แม้จะทำความสะอาดแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ให้สังเกตคราบน้ำหรือเชื้อราตามซอกมุมต่าง ๆ รวมถึงความผิดปกติของสีพรมและเบาะที่อาจซีดจางไม่เท่ากัน
  • ตรวจเช็กสนิมใต้ท้องรถและห้องเครื่อง ให้ยกรถขึ้นและตรวจสอบใต้ท้องรถอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณจุดต่อและรอยเชื่อมต่างๆ รถที่เคยจมน้ำมักมีคราบสนิมมากผิดปกติ ส่วนในห้องเครื่อง ให้สังเกตคราบสนิมตามข้อต่อ สายไฟ และอุปกรณ์โลหะต่างๆ รวมถึงดูว่ามีเศษดินหรือทรายสะสมตามซอกมุมหรือไม่
  • ทดสอบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทดลองใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นในรถ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว เครื่องเสียง กระจกไฟฟ้า และแอร์ รถที่เคยจมน้ำมักมีปัญหาระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ เช่น ไฟกะพริบ อุปกรณ์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเสียงแอร์ดังผิดปกติ ควรทดสอบการทำงานซ้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อความแน่ใจ
  • ตรวจสอบน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องและตรวจดูสีและความข้นของน้ำมัน หากพบว่ามีสีขุ่นคล้ายกาแฟเย็น หรือมีหยดน้ำปนอยู่ แสดงว่าอาจมีน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ ส่วนน้ำมันเกียร์ก็เช่นกัน ให้ตรวจสอบสีและความข้น หากผิดปกติอาจเป็นสัญญาณว่ารถเคยจมน้ำมาก่อน
  • ขอประวัติการซ่อมและเอกสารยืนยัน สอบถามประวัติการซ่อมบำรุงจากผู้ขายอย่างละเอียด โดยขอดูสมุดบันทึกการซ่อมบำรุง ใบเสร็จค่าซ่อม และเอกสารการรับรองสภาพรถ นอกจากนี้ควรตรวจสอบประวัติทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อดูว่าเคยมีประวัติอุบัติเหตุหรือการโอนเปลี่ยนมือผิดปกติหรือไม่

 

วิธีตรวจเช็กรถมือสองโดยโตโยต้า ชัวร์

การวิธีเช็กรถมือสองจากโตโยต้า ชัวร์ ตามมาตรฐาน Toyota Vehicle Inspection (TVI) ถึงมากกว่า 280 จุด จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้

 

1. การตรวจสอบประวัติรถ (Vehicle History)

ก่อนที่จะเริ่มการตรวจสอบสภาพรถยนต์ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบประวัติของรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์มีที่มาที่ไปที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งประกอบไปด้วย

  • การตรวจสอบเอกสาร เช็กเล่มทะเบียนรถยนต์, ประวัติการเข้าศูนย์บริการ, และเอกสารสำคัญอื่น ๆ
  • การตรวจสอบว่าไม่ใช่รถที่ผ่านการชนหนัก เช็กประวัติการเคลมประกัน และตรวจสอบโครงสร้างตัวถังหลัก
  • การตรวจสอบว่าไม่ใช่รถที่จมน้ำ มีกระบวนการตรวจสอบร่องรอยความเสียหายจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ
  • การตรวจสอบว่าไม่ใช่รถที่เกิดไฟไหม้ ตรวจสอบร่องรอยความเสียหายจากอัคคีภัย
  • การตรวจสอบการตัดต่อตัวถัง เช็กหมายเลขตัวถังและร่องรอยการดัดแปลงที่ผิดกฎหมาย
  • การตรวจสอบเลขไมล์ ตรวจสอบว่าไม่มีการปรับแก้เลขไมล์ (กรอไมล์)

 

2. การตรวจสอบภายนอกและโครงสร้าง (Exterior and Structure)

เป็นการตรวจสอบสภาพโดยรวมของตัวรถภายนอกและความสมบูรณ์ของโครงสร้าง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย

  • โครงสร้างตัวถัง ตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ ด้านหน้า, ด้านข้าง (ซ้าย-ขวา), และด้านหลังของรถยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการชนหนักที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก
  • ความสวยงามของสี ใช้เครื่องมือวัดความหนาของชั้นสี (Coating Thickness Gauge) เพื่อตรวจสอบว่าชิ้นส่วนใดเคยผ่านการทำสีมาแล้วหรือไม่ และมีความหนาของสีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่
  • ชิ้นส่วนภายนอก ตรวจเช็กสภาพของประตู, ฝากระโปรงหน้า-หลัง, กันชน, กระจก, และอุปกรณ์ภายนอกอื่น ๆ ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานหรือไม่

 

3. การตรวจสอบภายในและระบบการทำงาน (Interior and Systems)

ส่วนสุดท้ายเป็นการตรวจสอบรายละเอียดภายในห้องโดยสารและระบบการทำงานต่าง ๆ ของรถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระบบสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • ภายในห้องโดยสาร ตรวจเช็กสภาพเบาะ, คอนโซล, แผงประตู, เพดาน, และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ
  • เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์, เกียร์, และระบบหล่อเย็นอย่างละเอียด
  • ช่วงล่างและระบบเบรก ตรวจสอบการทำงานของโช้คอัพ, ลูกหมาก, ระบบเบรก, และความสมบูรณ์ของยาง
  • ระบบไฟฟ้า ตรวจเช็กการทำงานของระบบไฟส่องสว่าง, ระบบปรับอากาศ, เครื่องเสียง, และระบบไฟฟ้าอื่นๆ ทั้งหมด

หลังจากผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้ง 280 จุดแล้ว รถยนต์จะได้รับการ "ปรับสภาพ" (Refurbishment) ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับรถใหม่มากที่สุด และจะได้รับการรับรองคุณภาพ (Certification) จากโตโยต้า ชัวร์ ก่อนที่จะนำออกจำหน่ายต่อไป ช่วยให้ทุกคนมั่นใจไม่ต้องกังวลกับวิธีเลือกรถมือสองด้วยตัวเองอีกต่อไป

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเช็กรถมือสอง

จุดไหนบ้างในห้องเครื่องที่คนดูรถไม่เป็นก็สามารถเช็กเบื้องต้นได้

การเปิดฝากระโปรงอาจดูน่ากลัวสำหรับมือใหม่ แต่จริงๆ แล้วมีจุดสังเกตง่าย ๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของวิธีเช็กรถมือสอง ซึ่งคุณสามารถตรวจเช็กเองได้ ดังนี้

  • ระดับและสีของน้ำมันเครื่อง ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดูระดับว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ และสีของน้ำมันเครื่องต้องไม่ดำสนิทหรือมีลักษณะเหมือนโคลน
  • หม้อน้ำและน้ำยาหล่อเย็น ตรวจดูระดับน้ำยาหล่อเย็นในถังพัก ควรอยู่ในระดับที่กำหนด และสังเกตคราบสนิมหรือการรั่วซึมบริเวณท่อยางต่าง ๆ (ข้อควรระวัง: ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องร้อน)
  • สภาพแบตเตอรี่ ดูขั้วแบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือเกาะหรือไม่ และสังเกต "ตาแมว" บนแบตเตอรี่ (ถ้ามี) เพื่อดูสถานะไฟเบื้องต้น
  • รอยรั่วซึม ก้มมองใต้เครื่องยนต์และสังเกตตามจุดต่าง ๆ ว่ามีคราบน้ำมันหรือของเหลวอื่น ๆ หยดลงบนพื้นหรือไม่
  • สายพาน สังเกตดูว่าสายพานมีรอยแตกหรือรอยฉีกขาดหรือไม่
  • เสียงเครื่องยนต์ ลองสตาร์ตเครื่องแล้วฟังเสียงในขณะที่รถจอดนิ่ง เครื่องยนต์ที่ดีควรเดินเรียบ ไม่มีเสียงดังผิดปกติ หรือเสียงเหล็กกระทบกัน

 

ตอนทดลองขับ (Test Drive) รถมือสอง ต้องสังเกตอะไรเป็นพิเศษ

การทดลองขับคือหัวใจสำคัญของ วิธีเลือกรถมือสองและเป็นขั้นตอนที่บอกได้ว่าซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง ในเชิงสมรรถนะ เพื่อให้การตรวจสภาพรถมือสองของคุณสมบูรณ์ที่สุด ควรสังเกตสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • การตอบสนองของเครื่องยนต์ ลองเหยียบคันเร่งในหลาย ๆ ระดับ สังเกตว่าอัตราเร่งราบรื่นดีหรือไม่ มีอาการสะดุด กระตุก หรือกำลังตกหรือไม่
  • ระบบเกียร์ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ออโต้หรือเกียร์ธรรมดา การเปลี่ยนเกียร์ต้องนุ่มนวล ไม่กระชาก สำหรับเกียร์ออโต้ต้องไม่มีอาการรอรอบนานผิดปกติ
  • ระบบเบรก ทดลองเบรกที่ความเร็วต่ำและปานกลาง รถควรจะหยุดได้ตรง ไม่ปัดไปทางซ้ายหรือขวา และต้องไม่มีเสียงดังผิดปกติ
  • พวงมาลัยและศูนย์ถ่วง ขณะขับทางตรง ลองปล่อยมือจากพวงมาลัยเล็กน้อย (ในที่ปลอดภัย) รถควรวิ่งตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง และพวงมาลัยต้องไม่มีอาการสั่นที่ความเร็วสูง
  • ช่วงล่าง พยายามขับผ่านลูกระนาดหรือถนนที่ไม่เรียบ เพื่อฟังเสียงช่วงล่าง ต้องไม่มีเสียงดังกุกกัก หรือเสียงเหล็กกระแทกกัน
  • ระบบไฟฟ้าและแอร์ เปิดใช้งานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ เช่น แอร์, วิทยุ, ที่ปัดน้ำฝน, ไฟหน้า-ไฟเลี้ยว เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ครบถ้วน

 

รถติดแก๊ส (LPG/NGV) มือสอง น่าเล่นไหม มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

รถติดแก๊สมือสองอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัด แต่ก็มาพร้อมกับข้อควรพิจารณาที่มากกว่ารถยนต์ปกติ การตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิธีเลือกรถมือสองที่ต้องพิจารณาความพร้อมในการบำรุงรักษาเป็นหลัก หากคุณสนใจรถประเภทนี้ ควรทำความเข้าใจและตรวจสอบในประเด็นต่อไปนี้

  • เอกสารถูกต้อง ต้องมีการแจ้งเปลี่ยนเชื้อเพลิงลงในเล่มทะเบียนอย่างถูกต้อง และมีเอกสารรับรองการติดตั้งจากวิศวกร
  • อายุการใช้งานของถัง ถังแก๊สมีอายุการใช้งาน (LPG 10 ปี, NGV 15 ปี) ควรตรวจสอบว่าถังใกล้หมดอายุแล้วหรือยัง
  • ทดลองขับทั้งสองระบบ ต้องลองขับสลับระหว่างระบบน้ำมันและแก๊ส การสลับระบบต้องทำได้ราบรื่น และอัตราเร่งต้องไม่แตกต่างกันจนผิดสังเกต
  • ประวัติการบำรุงรักษา ควรสอบถามประวัติการเช็กระยะของระบบแก๊สจากเจ้าของเดิม เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการดูแลมาอย่างสม่ำเสมอ

 

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่ารถคันนี้ยังติดไฟแนนซ์อยู่หรือไม่

สิ่งสำคัญที่สุดในการตรวจเอกสารรถมือสองคือการขอดู "เล่มทะเบียนรถยนต์ตัวจริง" เท่านั้น (ไม่รับสำเนา) จากนั้นให้เปิดดูหน้า "รายการผู้ถือกรรมสิทธิ์"

  • ถ้าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็น "ชื่อบุคคล" (ผู้ขาย) แสดงว่ารถปลอดภาระแล้ว สามารถโอนลอยหรือไปโอนที่กรมขนส่งฯ ได้เลย
  • ถ้าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็น "ชื่อบริษัทไฟแนนซ์" แสดงว่ารถยังติดภาระผ่อนชำระอยู่ ผู้ซื้อจะต้องให้ผู้ขายจัดการปิดบัญชีกับไฟแนนซ์ให้เรียบร้อย และต้องได้รับ "ชุดเอกสารโอนกรรมสิทธิ์" จากทางไฟแนนซ์มายืนยันก่อนชำระเงิน การตรวจสอบนี้ยังช่วยในการ ตรวจประวัติรถมือสอง เบื้องต้นได้อีกด้วย

 

ซื้อรถมือสองมาแล้วต้องทำอะไรต่อบ้าง มีค่าใช้จ่ายอะไรแฝงอีกหรือไม่?

หลังจากที่คุณเจอรถที่ใช่และจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ยังมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมตัวเพื่อให้การซื้อขายสมบูรณ์และใช้งานรถได้อย่างสบายใจ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะช่วยให้คุณเลือกรถมือสองไม่โดนย้อมแมวในเรื่องค่าใช้จ่ายแฝง

ขั้นตอนที่ต้องทำหลังการซื้อ

  • โอนกรรมสิทธิ์ ดำเนินการโอนรถให้เป็นชื่อของคุณที่กรมการขนส่งทางบกให้เร็วที่สุด
  • ทำประกันภัย หากรถไม่มีประกัน หรือประกันเดิมใกล้หมด ควรทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+) เพื่อความอุ่นใจ
  • เข้าศูนย์หรืออู่เพื่อเช็กระยะ นำรถไปถ่ายของเหลวทั้งหมด (น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำยาหล่อเย็น), ตรวจเช็กไส้กรองต่าง ๆ และระบบเบรก เพื่อเริ่มต้นการบำรุงรักษาใหม่

ค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรเตรียม

  • ค่าโอนกรรมสิทธิ์ อัตราอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าเบี้ยประกันภัย ราคาแตกต่างกันไปตามประเภทและทุนประกัน
  • ค่าบำรุงรักษาครั้งแรก (First Service) ควรเตรียมงบประมาณไว้หลายพันบาทสำหรับการเปลี่ยนถ่ายของเหลวและอะไหล่สิ้นเปลือง
  • ค่ายางรถยนต์ หากยางที่ติดมากับรถมีสภาพเก่าหรือหมดอายุ ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย (อาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่น)
  • ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี หากใกล้ถึงกำหนดชำระ ก็ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

 

สรุปเกี่ยวกับวิธีเลือกรถมือสองแบบมืออาชีพ

สำหรับวิธีการเลือกและเช็กรถมือสองนั้นคือสิ่งที่ช่วยยืนยันตัวคุณเองว่า รถยนต์คันที่คุณหมายตาเอาไว้ดีพอที่จะเอามาใช้งานในชีวิตประจำวันมั้ย แน่นอนว่าไม่มีใครอยากซื้อรถมือสองมาเพื่อซ่อมมากกว่าขับ และถ้ามีปัญหาในทางกฎหมาย เช่น การสวมรอยบุคคล การปลอมแปลงเอกสารต่าง ๆ การกรอเลขไมล์ ปัญหาเหล่านี้ย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงในชีวิตคุณอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่เลือกซื้อรถมือสองกับ “โตโยต้า ชัวร์” ไม่ต้องกังวลไป เพราะพวกเรามีผลิตภัณฑ์หลักคือ Sure Certified by Toyota ที่มีมาตรฐานในการตรวจเช็กรถยนต์ Toyota Vehicle Inspection (TVI) มากกว่า 280 จุด การันตีรถประวัติไม่มีการจมน้ำ ชนหนัก กรอไมล์มาก่อนถึงมืองคุณอย่างแน่นอน พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 2 ปี 40,000 กิโลเมตร ค้นหารถที่ถูกใจผ่านเว็บไซต์โตโยต้า ชัวร์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1486

อัพเดทล่าสุด 17/10/2025