
มาทำความรู้จักเกียร์รถที่ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในกรณีติดไฟแดงกัน โดยส่วนใหญ่ถ้ารถติดไฟแดงไม่กี่วินาที เรามักจะไม่เปลี่ยนเกียร์ กล่าวคือ ใช้เกียร์ D ตามปกติและเหยียบเบรกไว้ แต่ถ้ารถติดไฟแดงนาน แนะนำให้เลือกใช้เกียร์ N แทน จากนั้นดึงเบรกมือ เพื่อป้องกันรถไหลโดยไม่รู้ตัว จะไม่นิยมใช้เกียร์ P ที่เหมาะสำหรับจอดรถไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้รถขยับหรือถูกเข็นไปมาได้

รถเกียร์อัตโนมัติ หรือที่เรียกกันว่า เกียร์ออโต้ ถ้ารถติดไฟแดงจะนิยมเลือกใช้สองเกียร์นี้ ได้แก่ 1.) ในกรณีที่ติดไฟแดงไม่นาน ประมาณ 10-30 วินาที ให้เลือกใช้เกียร์ D และเหยียบเบรกไว้ 2.) ในกรณีที่ติดไฟแดงประมาณ 1 นาทีขึ้นไป ให้เลือกใช้เกียร์ N นอกจากนั้นหากพื้นถนนไม่ราบเรียบแนะนำให้ดึงเบรกมือขึ้นด้วย

หลายคนที่ใช้เกียร์รถธรรมดา เมื่อรถติดไฟแดงมักจะเลือกเข้าเกียร์รถและเหยียบครัตช์เอาไว้ เพื่อให้รถพร้อมออกตัวตลอดเวลา ในกรณีสามารถทำได้หากติดไฟแดงไม่นานนัก แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่แนะนำ สำหรับเกียร์ที่เหมาะสมคือ เข้าเกียร์ N และเหยียบเบรกเท้าร่วมด้วย แต่ถ้าติดไฟแดงนานให้เปลี่ยนจากเหยียบเบรกเท้ามาเป็นดึงเบรกมือแทน

เกียร์ P จะเหมาะสำหรับในกรณีรถจอดนิ่งสนิท โดยสาเหตุที่ไม่ควรใช้เกียร์ P ตอนติดไฟแดง เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นขณะนั้น จะส่งผลให้ระบบเกียร์เสียหายหนัก อีกทั้งรถรุ่นใหม่บางรุ่น หากเข้าเกียร์ P จะเป็นการปลดล็อกรถอัตโนมัติ ก่อให้เกิดอันตรายอย่าง เด็กเปิดรถเอง หรือมีคนร้ายมาเปิดรถก็อาจเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญมือใหม่หัดขับ อาจจะหลงลืมถอนเกียร์จาก P เป็น R ทำให้รถถอยชนรถด้านหลังได้

มีอยู่สองกรณีหลัก ๆ ที่ควรใช้เกียร์ P ได้แก่ 1.) เมื่อจอดรถสนิทในตำแหน่งที่เหมาะสม ตรวจดูว่ารถไม่ได้ขวางทางถนน ขวางทางเข้าออก หรือขวางทางรถคันอื่น ให้เข้าเกียร์ P เพื่อให้รถไม่สามารถขยับหรือถูกเข็นไปมาได้ 2.) ใช้เกียร์ P ในการสตาร์ตรถ จะช่วยลดการสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี
*ข้อควรระวัง ก่อนสตาร์ตรถทุกครั้ง ให้สังเกตการเข้าเกียร์ให้ดี หากอยู่เกียร์ R หรือ D รถอาจพุ่งนำมาสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

ประโยชน์ของเกียร์รถมีมากกว่าที่คิด หากเราเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้นอกจากจะช่วยให้เข้าใจการทำงานของแต่ละเกียร์เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถช่วยถนอมอายุการใช้งานของเกียร์ได้อีกด้วย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้ใช้รถเลือกใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสม หรือถ้ากำลังวางแผนซื้อรถมือสอง อย่าลืมทดลองขับ เพื่อทดสอบการทำงานของเกียร์ แต่เพื่อความชัวร์ แนะนำให้เลือกซื้อรถมือสองกับบริษัทชั้นนำ แหล่งรวบรวม รถหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ให้ได้เลือกสรร