ไม่ว่าคุณจะมีรถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสอง การเดินทางไปทำเรื่องต่อภาษีด้วยตัวเองที่กรมการขนส่งทางบกอาจเป็นเรื่องที่มีขั้นตอนยุ่งยากและกินเวลาไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันสามารถทำการต่อภาษีรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน แถมมีความสะดวกสบายไม่ต้องเดินทางไปไหนอีกด้วย วันนี้มาดูกันว่าขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ควรทำอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
การต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ผู้ใช้รถจะต้องทำการจ่ายภาษีเป็นประจำทุกปี ซึ่งการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์จะต้องทำการต่อเป็นประจำทุกปี และสามารถขอยื่นต่อภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน หรือ 90 วัน เมื่อทำการต่อภาษีรถยนต์เสร็จแล้วจะได้รับป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ระบุวันที่หมดอายุในครั้งถัดไป
ในสถานการณ์ยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีความกังวลต่อการออกไปยังสถานที่ข้างนอกเพิ่มมากขึ้น ทางกรมการขนส่งทางบกจึงได้เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกในการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ให้สะดวกสบายมากกว่าเดิม ลดการเดินทาง และลดระยะเวลา สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยประเภทรถยนต์ที่สามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ได้แก่
● รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน อายุรถไม่เกิน 7 ปี (หากเกินต้องตรวจสภาพรถก่อน)
● รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน อายุรถไม่เกิน 7 ปี (หากเกินต้องตรวจสภาพรถก่อน)
● รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล อายุรถไม่เกิน 7 ปี (หากเกินต้องตรวจสภาพรถก่อน)
● รถจักรยานยนต์ อายุรถไม่เกิน 5 ปี (หากเกินต้องตรวจสภาพรถก่อน)
● รถค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี
● รถที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สทุกชนิด
● รถที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี
● รถที่ไม่ถูกอายัด

การต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ สามารถทำได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก และแอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax โดยมีเอกสารและหลักฐานที่ประกอบการยื่นต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ดังนี้
● สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริงหรือสำเนา (ถ่ายเป็นไฟล์รูป)
● หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. (ถ่ายเป็นไฟล์รูป)
● บัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ (ถ่ายเป็นไฟล์รูป)
● หนังสือรับรองการตรวจสภาพจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) (สำหรับรถที่มีอายุเกิน 7 ปี)
● กรณีรถยนต์ติดก๊าซธรรมชาติต้องมีหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถ (ถ่ายเป็นไฟล์รูป)
หลังจากทราบแล้วว่ารถยนต์ของคุณต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อเสียภาษีประจำปี เรามาดูขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ที่สะดวกสบาย ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางไปถึงกรมขนส่งฯ ซึ่งมี 2 ช่องทางหลักดังนี้
รถยนต์นั่งทั่วไป หรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะจัดเก็บภาษีตามความจุกระบอกสูบ ดังนี้
การต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ หากเจ้าของรถไม่เสียภาษีประจำปีจะถือว่าผิดกฎหมายทันที และถ้านำรถมาใช้งานบนท้องถนนแล้วพบเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจะต้องเสียค่าปรับ ซึ่งการต่อภาษีรถยนต์ล่าช้ามีค่าปรับ แต่ถ้าขาดการติดต่อเกิน 3 ปี จะทำให้ทะเบียนรถถูกระงับและไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนได้ เช่น แจ้งเปลี่ยนสี การโอนเปลี่ยนชื่อ เป็นต้น
หลายคนอาจสงสัยว่าการต่อภาษีรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งฯ โดยตรงกับการต่อผ่านช่องทางออนไลน์ แบบไหนจะรวดเร็วกว่ากัน ลองดูตารางเปรียบเทียบกระบวนการเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย
|
กระบวนการ |
ต่อภาษีที่สำนักงานขนส่งฯ |
ต่อภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ |
|
การเตรียมเอกสาร |
เตรียมเอกสารฉบับจริงทั้งหมด (สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ, พ.ร.บ., ใบตรวจสภาพรถ) |
เตรียมข้อมูลจากเอกสารเพื่อกรอกในระบบ |
|
การเดินทาง |
ต้องเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งในเขตพื้นที่ |
ไม่ต้องเดินทาง ทำได้ทุกที่ทุกเวลา |
|
ระยะเวลารอคิว |
อาจใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการ |
ไม่ต้องรอคิว |
|
ขั้นตอนดำเนินการ |
ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและชำระเงิน |
กรอกข้อมูลและชำระเงินผ่านระบบด้วยตนเอง |
|
ระยะเวลาโดยรวม |
ประมาณ 1-3 ชั่วโมง (รวมเวลาเดินทางและรอคิว) |
ประมาณ 10-15 นาที |
|
การรับเอกสาร |
ได้รับป้ายวงกลมทันทีหลังชำระเงิน |
รอรับป้ายวงกลมทางไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ |
สรุป การต่อภาษีออนไลน์ใช้เวลาในขั้นตอนดำเนินการน้อยกว่าอย่างชัดเจน แต่จะใช้เวลารอรับเอกสาร ในขณะที่การไปดำเนินการที่ขนส่งจะใช้เวลารวมนานกว่า แต่ได้รับเอกสารทันที
ทั้งสองช่องทางมีความสะดวกและปลอดภัยเหมือนกัน แต่มีข้อแตกต่างเล็กน้อยคือ แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ทำให้มีหน้าตาที่ใช้งานง่ายกว่า และสามารถแสดงหลักฐานการชำระภาษีผ่าน QR Code ในแอปได้ทันทีหลังชำระเงิน ส่วนเว็บไซต์ e-Service ของกรมขนส่งฯ จะเหมาะกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์มากกว่าและมีฟังก์ชันบริการอื่นๆ ที่ครอบคลุมกว่านอกเหนือจากการต่อภาษีรถยนต์
การชำระภาษีรถยนต์ออนไลน์จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากค่าภาษีปกติ ดังนี้
มีค่าจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ โดยจะถูกคิดเพิ่มจากยอดรวมของค่าภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ อัตราค่าจัดส่งอยู่ที่ 32 บาท ทั่วประเทศ
กรณีค้างชำระภาษีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี: ไม่สามารถต่อภาษีออนไลน์ได้ จะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ. และนำเอกสารไปยื่นชำระภาษีที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น
ได้ หาก พ.ร.บ. ของคุณยังไม่หมดอายุและมีระยะเวลาคุ้มครองเหลืออยู่เพียงพอ คุณสามารถนำข้อมูล พ.ร.บ. เดิม มาใช้ในการยื่นต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อ พ.ร.บ. ฉบับใหม่
หากคุณชำระภาษีรถยนต์ออนไลน์เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ภายใน 5-7 วันทำการ ควรติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่ กรมการขนส่งทางบก Call Center โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่าการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ประจำปีเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาเพียงไม่นาน ซึ่งถือว่ามอบทั้งความสะดวกสบายที่ไม่ต้องออกเดินทางไปยังกรมการขนส่งทางบก และไม่ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง เรียกได้ว่าประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ หากใครไม่สะดวกจ่ายผ่านช่องทางเว็บไซต์ ก็ยังสามารถต่อภาษีออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันได้เช่นเดียวกัน
สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองคุณภาพดี Toyota Sure พร้อมให้บริการด้วยรถมือสอง Sure Certified by Toyota ที่ผ่านการตรวจเช็กมาตรฐานถึง 280 จุด (มาตรฐาน TVI หรือ Toyota Vehicle Inspection จากประเทศญี่ปุ่น) เพื่อให้คุณได้รถที่มีคุณภาพและอุ่นใจหากได้ใช้งาน